
(สำนักข่าวการศึกษาไทย) – รีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Netflix ออกมาเขย่าวงการการศึกษาและตลาดแรงงานโลก ด้วยการประกาศว่ายุคสมัยแห่งการไล่ล่าทักษะ STEM กำลังถูกท้าทายอย่างหนักโดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทำนายว่า “มนุษยศาสตร์” จะกลับมาเป็นวิชาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยุคใหม่
กูรู AI รุ่นบุกเบิก กลับลำมอง “มนุษยศาสตร์” คือทางรอด เฮสติงส์ ซึ่งจบการศึกษาด้านคณิตศาสตร์จาก Bowdoin College และปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และ AI จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) ตั้งแต่ปี 1988 ถือเป็นบุคคลที่คลุกคลีกับ AI มายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เขาเปิดเผยผ่านพอดแคสต์ Possible ว่า ในอดีตสาขา STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ได้ยึดครองพื้นที่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างสแตนฟอร์ดไปจนเกือบหมด แต่คลื่น AI ลูกปัจจุบันกำลังทำให้ความสำคัญเหล่านั้นเปลี่ยนทิศ
“เรากำลังจะได้เห็นการหมุนเวียนกลับไปสู่มนุษยศาสตร์ การทำความเข้าใจในส่วนผสมของประวัติศาสตร์และวรรณกรรม” เฮสติงส์ระบุ พร้อมย้ำว่าหากเขามีลูกวัย 3 ขวบในตอนนี้ เขาจะเน้นให้ลูกฝึกฝน “ทักษะทางอารมณ์” (Soft Skills) มากเป็นสองเท่า เพราะมันคือสิ่งที่ AI เลียนแบบได้ยากที่สุด
ตลาดแรงงานส่งสัญญาณเตือน: ตำแหน่ง “วิศวกรซอฟต์แวร์” อาจสูญพันธุ์? ข้อมูลจากการวิเคราะห์ตลาดแรงงานสนับสนุนแนวคิดของเฮสติงส์อย่างมีนัยสำคัญ:
ประกาศรับสมัครงานสาย Tech ลดลง: ข้อมูลจาก Indeed ระบุว่าการประกาศรับสมัครงานด้านเทคโนโลยีสำหรับผู้มีประสบการณ์ 2-4 ปี ลดลงจาก 46% ในปี 2022 เหลือเพียง 40% ในปี 2025
AI เขียนโค้ดแทนคน: บอริส เชอร์นี (Boris Cherny) ผู้สร้าง Claude Code ของ Anthropic คาดการณ์ว่าชื่อตำแหน่ง “วิศวกรซอฟต์แวร์” อาจสูญพันธุ์ภายในสิ้นปี 2026 เนื่องจากเครื่องมือ AI จะทำให้ทุกคนสามารถเขียนโค้ดได้ด้วยตัวเอง
แม้เฮสติงส์จะยังกังขาว่า AI จะแทนที่มนุษย์ได้ทั้งหมดหรือไม่ แต่เขาเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จะลดการจ้างงานวิศวกรแบบเดิมลง แล้วเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับผู้ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ แทน
เดิมพัน 50 ล้านดอลลาร์ เพื่ออนาคตของ “มนุษย์ + AI” เฮสติงส์ไม่ได้เพียงแค่พูด แต่เขาลงมือทำด้วยการบริจาคเงินส่วนตัว 50 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) ให้แก่สถาบันเก่าของเขา เพื่อก่อตั้ง “Hastings Initiative for AI and Humanity” โดยมีเป้าหมายเพื่อจ้างคณาจารย์และวิจัยว่ามนุษย์จะอยู่ร่วมกับ AI อย่างมีความรับผิดชอบได้อย่างไร โดยเขายังมองโลกในแง่ดีว่า อีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคแห่ง “ความมั่งคั่งล้นเหลือ” หากเราปรับตัวได้ทัน
ข้อสังเกตและบทวิเคราะห์: สำหรับนักเรียน Admission 3 (6 พฤษภาคมนี้)
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ในการเลือกสาขาที่เรียนต่อ รวมทั้งการสมัคร TCAS 69 รอบ 3 Admission ปีการศึกษา 2569 ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 6 – 12 พฤษภาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ mytcas.com เป็นรอบใหญ่ที่สุดที่ใช้คะแนนกลาง (TGAT/TPAT, A-Level) สมัครพร้อมกันทั่วประเทศสูงสุด 10 อันดับ โดยประกาศผลครั้งที่ 1 วันที่ 20 พฤษภาคม 2569…
“มนุษยศาสตร์” ไม่ใช่แค่วิชาอ่านเขียน: ในยุคที่ AI วิเคราะห์ข้อมูลเก่งกว่าคน ทักษะจากการเรียนประวัติศาสตร์ ปรัชญา และวรรณกรรม จะช่วยให้เรามี “Critical Thinking” และ “Empathy” ซึ่งจำเป็นในการตัดสินใจระดับสูงที่ AI ทำไม่ได้
สาย Tech ต้องบวก Soft Skills: หากนักเรียนยังยืนยันจะเลือกคณะสายวิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือ IT ตามความชอบเดิม ต้องตระหนักว่า “แค่เขียนโค้ดเป็นนั้นไม่พอ” แต่ต้องมีทักษะการสื่อสารและการเข้าใจบริบทสังคมควบคู่ไปด้วย
ความมั่นคงคือการปรับตัว: ตลาดแรงงานปี 2026 (และอนาคต) จะไม่ต้องการคนที่เป็นแค่ “ฟันเฟืองทางเทคนิค” แต่ต้องการ “ผู้นำที่ใช้เครื่องมือเป็น” การเลือกคณะในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จึงควรดูว่าคณะนั้น ๆ มีการปรับตัวให้เข้ากับโลก AI และให้ความสำคัญกับทักษะความเป็นมนุษย์มากน้อยเพียงใด
แหล่งอ้างอิง: บทสัมภาษณ์ในรายการ Possible Podcast, ข้อมูลจาก Indeed, โครงการ Hastings Initiative (Bowdoin College)