
ไม่ใช่แค่สมองต้องดี! เปิด 8 ด่านทดสอบร่างกาย โครงการช้างเผือก กองทัพอากาศ 2570 วิ่ง 1,000 เมตร–ดึงข้อ–ว่ายน้ำ ใครไม่ผ่านแม้แต่สถานีเดียวสอบตก!
การสอบเข้าโครงการช้างเผือกของกองทัพอากาศไม่ได้วัดกันเฉพาะความเก่งทางวิชาการ เพราะนักเรียนที่ผ่านการสอบข้อเขียนยังต้องเผชิญบททดสอบสมรรถภาพทางร่างกายถึง 8 สถานี ตั้งแต่การนั่งงอตัว ยืนกระโดดไกล ลุก-นั่ง วิ่งเก็บของ วิ่งระยะ 50 เมตร ดึงข้อ วิ่ง 1,000 เมตร ไปจนถึงว่ายน้ำ 50 เมตร โดยแต่ละสถานีกำหนดเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจน หากขาดการทดสอบสถานีใดสถานีหนึ่ง หรือทำผลการทดสอบต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าสอบตกพลศึกษา
โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ เปิดรับสมัครนักเรียนชายเข้าร่วมโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 เพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ มีความพร้อมด้านสติปัญญา อารมณ์ และสุขภาพร่างกาย ให้มีโอกาสเข้าสู่การคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ โดยปีนี้กำหนดรับจำนวน 30 คน เปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2569
ผู้สมัครที่ผ่านการสอบวิชาการจะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการสอบรอบสอง ซึ่งมีทั้งการทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย การตรวจร่างกายและสุขภาพจิต การสอบพลศึกษา และการสอบสัมภาษณ์ ดังนั้น ผู้ที่สนใจไม่ควรรอให้สอบข้อเขียนผ่านก่อนแล้วจึงเริ่มฝึกสมรรถภาพร่างกาย เพราะการเตรียมตัวต้องทำควบคู่กันตั้งแต่เนิ่น ๆ
เปิด 8 สถานีทดสอบร่างกาย เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำที่ต้องรู้
ตามระเบียบการทั่วไปและวิธีการสมัครสอบโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 ข้อ 6.2.3 และภาคผนวก ง กำหนดให้การสอบพลศึกษามีคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น 8 สถานี ดังนี้
สถานีที่ 1 นั่งงอตัว ทดสอบความยืดหยุ่น
เกณฑ์ผ่าน: ไม่น้อยกว่า 1 เซนติเมตร
ผู้เข้าสอบต้องนั่งเหยียดขาตรง เท้าทั้งสองตั้งฉากกับพื้นและชิดกัน แขนเหยียดตรงขนานกับพื้น จากนั้นก้มตัวเลื่อนฝ่ามือไปข้างหน้าตามแนวเครื่องวัดให้ได้ระยะไกลที่สุด โดยต้องเหยียดเข่าตรงตลอดเวลา ห้ามโยกตัวหรืองอตัวแรง ๆ
สถานีที่ 2 ยืนกระโดดไกล ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อขา
เกณฑ์ผ่าน: ไม่น้อยกว่า 191 เซนติเมตร
ผู้เข้าสอบยืนบนจุดที่กำหนด ปลายเท้าทั้งสองชิดเส้น เหวี่ยงแขนไปด้านหลังพร้อมย่อตัว จากนั้นเหวี่ยงแขนไปข้างหน้าพร้อมกระโดดด้วยเท้าทั้งสองข้างไปข้างหน้าพร้อมกันให้ได้ระยะไกลที่สุด
สถานีที่ 3 ลุก-นั่ง 30 วินาที ทดสอบความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้อง
เกณฑ์ผ่าน: ไม่น้อยกว่า 11 ครั้ง
ผู้เข้าสอบนอนหงายบนเบาะ ประสานมือไว้ที่ท้ายทอย กางศอกทั้งสองข้าง เข่างอตั้งเป็นมุมฉาก โดยมีผู้ช่วยกดข้อเท้าไว้ เมื่อได้ยินสัญญาณให้ลุกขึ้นจนข้อศอกด้านในสัมผัสกับเข่าด้านนอก แล้วกลับลงสู่ท่านอนเดิม ทำซ้ำภายในเวลา 30 วินาที โดยต้องประสานมือที่ท้ายทอยตลอดเวลา
สถานีที่ 4 วิ่งเก็บของ ทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว
เกณฑ์ผ่าน: ใช้เวลาไม่เกิน 12.40 วินาที
เป็นการวิ่งบนทางเรียบระยะทาง 10 เมตร ระหว่างวงกลมจุดเริ่มต้นและวงกลมปลายทาง โดยมีไม้ 2 ท่อนวางอยู่ที่ปลายทาง ผู้เข้าสอบต้องวิ่งไปหยิบไม้ท่อนแรกกลับมาวางในวงกลมเริ่มต้น จากนั้นวิ่งกลับไปหยิบไม้ท่อนที่สองแล้ววิ่งกลับผ่านวงกลมเริ่มต้น โดยไม่ต้องวางไม้ท่อนที่สองในวงกลม
สถานีที่ 5 วิ่งระยะทาง 50 เมตร ทดสอบความเร็ว
เกณฑ์ผ่าน: ใช้เวลาไม่เกิน 8.90 วินาที
ผู้เข้าสอบเตรียมพร้อมที่เส้นปล่อยตัว เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้ออกวิ่งไปยังเส้นชัย โดยต้องวิ่งภายในช่องวิ่งของตนเองตามที่กำหนด
สถานีที่ 6 ดึงข้อราวเดี่ยว ทดสอบความแข็งแรงของแขนและลำตัว
เกณฑ์ผ่าน: ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
ผู้เข้าสอบจับราวเดี่ยวด้วยมือทั้งสองข้างแบบคว่ำมือ ห้อยตัวจนแขน ลำตัว และขาเหยียดตรง จากนั้นงอแขนดึงตัวขึ้นจนคางอยู่เหนือราว ทำซ้ำให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุด โดยห้ามแกว่งตัวหรือเตะขา และห้ามหยุดพักระหว่างครั้งนานเกิน 3–4 วินาที
สถานีที่ 7 วิ่งระยะทาง 1,000 เมตร ทดสอบความอดทน
เกณฑ์ผ่าน: ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที 22 วินาที
ผู้เข้าสอบเตรียมพร้อมที่เส้นปล่อยตัว เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้ออกวิ่งไปยังเส้นชัยตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนด เป็นการทดสอบความอดทนของร่างกายในการวิ่งระยะทางไกล
สถานีที่ 8 ว่ายน้ำระยะทาง 50 เมตร ทดสอบทักษะการว่ายน้ำ
เกณฑ์ผ่าน: ใช้เวลาไม่เกิน 80 วินาที
ผู้เข้าสอบเตรียมพร้อมที่จุดปล่อยตัวบริเวณขอบสระด้านเริ่มต้น เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้เริ่มว่ายน้ำไปยังเส้นชัยให้ครบระยะทาง 50 เมตรภายในเวลาที่กำหนด
สรุปเกณฑ์ผ่านทั้ง 8 สถานี
สถานีทดสอบ| เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ
นั่งงอตัว| 1 ซม.
ยืนกระโดดไกล| 191 ซม.
ลุก-นั่ง 30 วินาที| 11 ครั้ง
วิ่งเก็บของ| 12.40 วินาที
วิ่ง 50 เมตร| 8.90 วินาที
ดึงข้อราวเดี่ยว| 1 ครั้ง
วิ่ง 1,000 เมตร| 5:22 นาที
ว่ายน้ำ 50 เมตร| 80 วินาที
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ ไม่ใช่คะแนนเต็มของแต่ละสถานี ผู้สมัครต้องเข้าทดสอบครบทั้ง 8 สถานี และต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดแม้แต่สถานีเดียว
ผ่านขั้นต่ำยังไม่พอ ต้องทำคะแนนให้สูงด้วย
การสอบพลศึกษามีคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยกองทัพอากาศกำหนดตารางเปรียบเทียบผลการทดสอบกับคะแนนของแต่ละสถานีไว้ในภาคผนวก ง
ตัวอย่างคะแนน ณ เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ ได้แก่
– นั่งงอตัว 1 เซนติเมตร ได้ 6 คะแนน
– ยืนกระโดดไกล 191 เซนติเมตร ได้ 2 คะแนน
– ลุก-นั่ง 11 ครั้ง ได้ 5 คะแนน
– วิ่งเก็บของ 12.40 วินาที ได้ 4 คะแนน
– วิ่ง 50 เมตร 8.90 วินาที ได้ 4 คะแนน
– ดึงข้อ 1 ครั้ง ได้ 5 คะแนน
– วิ่ง 1,000 เมตร 5 นาที 22 วินาที ได้ 20 คะแนน
– ว่ายน้ำ 50 เมตร 80 วินาที ได้ 20 คะแนน
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การทำได้เพียงระดับผ่านขั้นต่ำไม่ได้หมายความว่าจะได้คะแนนสูง ผู้สมัครจึงควรพัฒนาสมรรถภาพให้ดีกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยศึกษาตารางคะแนนฉบับเต็มเพื่อวางเป้าหมายการฝึกให้เหมาะสม
ไม่ได้มีแค่ร่างกาย ยังต้องผ่านการทดสอบความถนัดและสุขภาพจิต
การสอบรอบสองมีคะแนนรวม 200 คะแนน ประกอบด้วยการทดสอบความถนัด 100 คะแนน และการสอบพลศึกษา 100 คะแนน นอกจากนี้ยังมีการประเมินด้านอื่นที่ใช้เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน ได้แก่
1. การทดสอบความถนัด
ประเมินความสามารถด้านการรู้คิดหรือศักยภาพเฉพาะด้านของบุคคล ซึ่งเกิดจากประสบการณ์และการฝึกฝนจนเป็นทักษะที่พร้อมนำไปใช้ในการศึกษา
2. การทดสอบวิภาววิสัย
เป็นการทดสอบเพื่อประเมินความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม และลักษณะนิสัยของบุคคล เพื่อประกอบการสัมภาษณ์
3. การทดสอบสุขภาพจิต
ตามภาคผนวก ค กำหนดให้ทดสอบ 2 ด้าน ได้แก่
– บุคลิกภาพ การปรับตัว และการทำงานภายใต้ภาวะแรงกดดัน
– กระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล
ใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาที่เป็นมาตรฐานในรูปแบบกลุ่ม ใช้เวลาประมาณ 120 นาที ผู้สมัครต้องได้คะแนนรวมจากการทดสอบทั้ง 2 ด้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 หากคะแนนไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะมีการตรวจประเมินเพิ่มเติมโดยการสัมภาษณ์กับจิตแพทย์เป็นรายกรณี
4. การตรวจร่างกายทางการแพทย์
พิจารณารูปร่าง ลักษณะการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ของร่างกาย และโรคหรือกลุ่มอาการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการบรรจุเข้ารับราชการ ตามรายละเอียดในภาคผนวก ก โดยผลการตรวจของคณะอนุกรรมการที่กองทัพอากาศแต่งตั้งถือเป็นเด็ดขาด
5. การสอบสัมภาษณ์
ใช้เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน โดยพิจารณาลักษณะรูปร่าง ท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจ ความว่องไว ปฏิภาณไหวพริบ และสภาพจิตใจ รวมถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ได้แก่
– บุคลิกลักษณะและความสามารถ
– ความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทัศนคติต่อการเป็นทหาร
– ความเป็นทหารอากาศ
– ความรู้ศาสตร์พระราชาและกองทัพอากาศ
เจาะระบบคัดเลือก 700 คะแนนแรก ก่อนคัดเหลือ 30 คน
การสอบวิชาการมีคะแนนเต็ม 700 คะแนน แบ่งเป็น 4 กลุ่มวิชา ได้แก่
– วิทยาศาสตร์ 240 คะแนน
– คณิตศาสตร์ 240 คะแนน
– ภาษาอังกฤษ 120 คะแนน
– ภาษาไทยและสังคมศึกษา 100 คะแนน
ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง ครอบคลุมเนื้อหาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้สมัครต้องได้คะแนนรวมวิชาการไม่น้อยกว่า 350 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์เบื้องต้น โดยกองทัพอากาศจะคัดผู้ผ่านการสอบวิชาการจำนวน 60 คน เรียงตามคะแนนรวมจากมากไปน้อย
เมื่อเข้าสู่รอบสอง จะนำคะแนนวิชาการ 700 คะแนน รวมกับคะแนนความถนัด 100 คะแนน และคะแนนพลศึกษา 100 คะแนน รวมเป็นคะแนนสำหรับจัดลำดับ 900 คะแนน โดยผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์การตรวจร่างกาย สุขภาพจิต และพลศึกษาตามที่กำหนด รวมถึงผ่านการสอบสัมภาษณ์ ก่อนพิจารณาคัดเลือกจำนวน 30 คน
กรณีคะแนนรวมเท่ากัน จะพิจารณาผู้ที่มีคะแนนวิชาการสูงกว่าก่อน โดยเปรียบเทียบคะแนนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ตามลำดับ
คุณสมบัติผู้สมัครที่ต้องตรวจสอบก่อนยื่นใบสมัคร
ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชายที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.4–ม.6 อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3.50 ตามระดับชั้น ดังนี้
– ม.4 ใช้คะแนนเฉลี่ยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
– ม.5 ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม 3 ภาคเรียน
– ม.6 ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียน
ด้านอายุ ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี และไม่เกิน 18 ปี ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2554
นอกจากนี้ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด เว้นแต่กรณีที่บิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด ระเบียบกำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับสัญชาติของมารดาไว้ด้วย
ผู้สมัครยังต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ เป็นชายโสด มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด และมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในข้อ 2 ของระเบียบการ
เตรียมตัวก่อนสอบพลศึกษา ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง?
ระเบียบการกำหนดให้ผู้เข้าสอบเตรียมเสื้อยืดคอกลมสีขาว ไม่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ของสถาบัน กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำหรือสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้าสีขาวหรือสีดำ พร้อมบัตรประจำตัวสอบ และบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่
สำหรับการสอบว่ายน้ำต้องเตรียมกางเกงว่ายน้ำและอุปกรณ์ เช่น หมวกว่ายน้ำและแว่นตาว่ายน้ำ โดยห้ามใช้กางเกงชั้นในแทนกางเกงว่ายน้ำ
ส่วนการตรวจร่างกาย ผู้เข้าสอบต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนก่อนวันตรวจ แต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับยาและการตรวจสายตาในระเบียบการอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ใช้ยาประจำควรสอบถามแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนการใช้ยา
กำหนดการสอบโครงการช้างเผือก 2570
– 27 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2569 เปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ต โดยปิดระบบเวลา 16.00 น.
– 23 พฤศจิกายน 2569 วันสุดท้ายชำระค่าธรรมเนียมสมัครสอบ 500 บาท ภายในเวลา 23.59 น.
– 5 ธันวาคม 2569 สอบวิชาการ เวลา 09.00–12.00 น. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี
– 8 ธันวาคม 2569 ประกาศผลสอบวิชาการทางอินเทอร์เน็ต
– 10 ธันวาคม 2569 รายงานตัวสอบรอบสอง เวลา 07.00–08.00 น. และทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย เวลา 08.00–18.00 น. ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
– 11 ธันวาคม 2569 สอบพลศึกษา เวลา 08.00–12.00 น.
– 12 ธันวาคม 2569 ตรวจร่างกายทางการแพทย์ เวลา 08.00–16.00 น. ณ สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ กรุงเทพฯ
– 13 ธันวาคม 2569 สอบสัมภาษณ์ เวลา 08.00–16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ กรุงเทพฯ
– 17 ธันวาคม 2569 ประกาศผลสอบรอบสองทางอินเทอร์เน็ต
– 26 ธันวาคม 2569 รายงานตัวและทำสัญญารับทุนโครงการช้างเผือก ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
สิทธิประโยชน์ผู้ผ่านโครงการ รับเงินสนับสนุน 38,000 บาท
ผู้ผ่านเกณฑ์โครงการช้างเผือกและเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ ประจำปีการศึกษา 2570 จะได้รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายขณะศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ คนละ 38,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้ผ่านการสอบวิชาการยังได้รับการยกเว้นค่าตรวจร่างกายทางการแพทย์ในการสอบคัดเลือก และได้รับคำแนะนำในการสอบรอบสองพร้อมการเตรียมความพร้อม
สำหรับนักเรียนที่มีเป้าหมายเข้าสู่เส้นทางทหารอากาศ การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการอ่านหนังสือ การฝึกสมรรถภาพร่างกาย การว่ายน้ำ การดูแลสุขภาพ และการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะการคัดเลือกครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงคะแนนสอบ แต่ต้องพิจารณาความพร้อมในหลายด้านประกอบกัน
ตรวจสอบระเบียบการและสมัครได้ที่
เว็บไซต์รับสมัครอย่างเป็นทางการ: http://www.preadmission.nkrafa.com
เว็บไซต์โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช: http://www.nkrafa.rtaf.mi.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: กองสถิติและประเมินผล โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช โทร. 02-534-6000 ต่อ 48651 ในวันและเวลาราชการ
ทุนดีดี…ที่นี่ทุกวัน | สำนักข่าวการศึกษาไทย