ทุนมูลนิธิตั้งเซ็กกิม 2569 เปิด 126 ทุน รวม 8.6 แสนบาท ตั้งแต่ประถม–ปริญญาตรี เปิดถึง 31 ส.ค. เจาะทุกขั้นตอนคัดเลือก ชี้จุดห้ามพลาด

0
มูลนิธิตั้งเซ็กกิม2569

มูลนิธิตั้งเซ็กกิม เปิดโครงการสนับสนุนทุนการศึกษา ประจำปี 2569 จัดสรรทุนให้แก่นักเรียนและนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศรวม 126 ทุน มูลค่ารวม 860,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยเป็นทุนให้เปล่าแบบไม่ต่อเนื่องและไม่มีเงื่อนไขผูกพัน เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และใช้หัวข้อเรียงความ “ความฝันที่อยากให้เป็นจริง” เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา

แต่สิ่งที่ผู้สนใจทุนนี้ต้องรู้มากกว่าจำนวนทุนและวงเงิน คือ “เส้นทางการสมัครไม่ได้เหมือนกันทุกระดับ” เพราะมูลนิธิกำหนดกลไกการคัดเลือกไว้อย่างชัดเจนว่า ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาต้องผ่านการคัดเลือกจากโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาก่อนเข้าสู่การตัดสินของคณะกรรมการมูลนิธิ ขณะที่ระดับอุดมศึกษาต้องผ่านหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้รับสมัครและคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมโดยไม่จำกัดจำนวน ก่อนส่งให้มูลนิธิพิจารณารอบตัดสิน
ดังนั้น ทุนนี้จึงไม่ใช่เพียง “ทุนเรียนดี” ที่ดูจากเกรดเท่านั้น แต่เป็นทุนที่มูลนิธิออกแบบให้พิจารณาหลายด้าน ทั้งความขาดแคลนทุนทรัพย์ ผลการเรียน จริยธรรม ความประพฤติ ข้อมูลครอบครัว เหตุผลในการขอทุน เป้าหมายการศึกษาและอาชีพ ตลอดจนความตั้งใจของผู้สมัครที่สะท้อนผ่านเรียงความและการรับรองจากสถาบันการศึกษา

จุดเริ่มต้นของโครงการ: สานต่อเจตนารมณ์ “ตั้งเซ็กกิม”

มูลนิธิตั้งเซ็กกิมก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550 โดยลูกหลานตระกูลสุพุทธิพงศ์และพนักงานในเครือบริษัทนานมี เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของอดีตประธานตั้งเซ็กกิม หรือ “ทองเกษม สุพุทธิพงศ์” ผู้ก่อตั้งกิจการในเครือบริษัทนานมี ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะเกื้อกูลประโยชน์แก่ส่วนรวม โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และพัฒนาตนเองเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าเพื่อช่วยพัฒนาประเทศและสังคมในอนาคต

เอกสารโครงการปี 2569 ระบุว่า มูลนิธิมีวัตถุประสงค์ในการมอบทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนักเรียน นิสิต และนักศึกษาทั่วประเทศที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาเป็นประจำทุกปี

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับประวัติของนานมี ซึ่งเริ่มต้นจากร้านหนังสือจีนและกิจการที่ก่อตั้งโดยนายตั้งเซ็กกิม หรือทองเกษม สุพุทธิพงศ์ และต่อมาเติบโตเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานควบคู่ไปกับการขยายตัวของภาคการศึกษาไทย

เว็บไซต์ทางการของนานมีมีการดำเนินโครงการทุนมูลนิธิตั้งเซ็กกิมมาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยมีข้อมูลโครงการทุนทั้งในอดีตและประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนในแต่ละปี สะท้อนว่าโครงการนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการศึกษาที่มูลนิธิดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการทุนที่จัดขึ้นเฉพาะปี 2569

ปี 2569 มี 126 ทุน รวม 860,000 บาท

ทุนปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับประถมศึกษา จำนวน 56 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวม 280,000 บาท

ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 40 ทุน ทุนละ 7,000 บาท รวม 280,000 บาท

ระดับอุดมศึกษา จำนวน 30 ทุน ทุนละ 10,000 บาท รวม 300,000 บาท

รวมทั้งสิ้น 126 ทุน เป็นเงิน 860,000 บาท
ทุนทั้ง 3 ระดับเป็น “ทุนให้เปล่าแบบไม่ต่อเนื่องและไม่มีเงื่อนไขผูกพัน” หมายความว่า ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินตามจำนวนที่กำหนดสำหรับปีที่ได้รับทุน โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นทุนต่อเนื่องสำหรับปีการศึกษาถัดไป

ใครมีสิทธิสมัครระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา

มูลนิธิกำหนดคุณสมบัติไว้ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐ

ต้องเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา

ต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 หากยังไม่ทราบคะแนนเฉลี่ยสะสมของระดับชั้นที่กำลังศึกษา ให้ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมถึงภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนเลื่อนระดับชั้นนั้น

ต้องเป็นนักเรียนที่มีจริยธรรมและไม่เคยมีพฤติกรรมกระทำผิดวินัย

และต้องไม่เป็นนักเรียนที่กำลังได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิหรือสถาบันอื่นใดอยู่แล้ว

จุดนี้จึงต้องเน้นว่า “เรียนดีอย่างเดียวไม่พอ” เพราะประกาศกำหนดทั้งเรื่องความขาดแคลนทุนทรัพย์ จริยธรรม ความประพฤติ และสถานะการได้รับทุนอื่นประกอบกัน

ระดับอุดมศึกษา: เปิดกว้างทุกสาขาวิชา

สำหรับระดับอุดมศึกษา มูลนิธิเปิดทุนสำหรับนิสิตหรือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีของสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน

ผู้สมัครต้องขาดแคลนทุนทรัพย์ มี GPA ไม่ต่ำกว่า 3.00 และเป็นผู้มีจริยธรรม ไม่เคยมีพฤติกรรมกระทำผิดวินัย และไม่ได้รับทุนการศึกษาอื่นใดอยู่แล้ว

ประเด็นสำคัญคือประกาศระบุ GPA 3.00 “ในทุกสาขาวิชา” แต่เกณฑ์คะแนนสามารถยืดหยุ่นได้ หากได้รับความเห็นชอบด้านความเหมาะสมจากอาจารย์ประจำคณะที่นักศึกษาสังกัด หรืออาจารย์ผู้สัมภาษณ์ และหากยังไม่ทราบ GPA ของระดับที่กำลังศึกษา ให้ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมถึงภาคการศึกษาสุดท้ายก่อนเลื่อนระดับชั้นนั้น

ดังนั้น ทุนระดับอุดมศึกษาไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะคณะหรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ผู้ที่เรียนปริญญาตรีสามารถสมัครได้ทุกสาขาวิชา หากมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการ

“เรียงความ” คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการสมัคร

ทั้งระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา กำหนดให้ผู้สมัครเขียนเรียงความหัวข้อเดียวกัน คือ

“ความฝันที่อยากให้เป็นจริง”

และต้องเป็นเรียงความที่ “เขียนด้วยลายมือของผู้สมัคร” ความยาว 1 หน้ากระดาษ A4
ในแบบฟอร์มของมูลนิธิยังมีช่องให้ผู้สมัครอธิบายเหตุผลในการขอรับทุน โครงการหรือความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพในอนาคต และแผนการใช้เงินทุนหากได้รับทุนด้วย
สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา แบบสมัครก็มีหัวข้อในลักษณะเดียวกัน ทั้งเหตุผลในการขอทุน เป้าหมายอาชีพ และแผนการใช้เงินทุน

จึงเห็นได้ว่า ผู้สมัครควรเตรียมเนื้อหาให้ตอบได้อย่างชัดเจนว่า “ทำไมจึงต้องการทุน” “ทุนจะช่วยอะไร” และ “ความฝันในอนาคตคืออะไร” ไม่ควรเตรียมเฉพาะข้อมูลผลการเรียนเท่านั้น

เอกสารที่ต้องเตรียม: จุดที่ไม่ควรปล่อยให้ขาด

ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เอกสารโครงการกำหนดให้ใช้แบบฟอร์มประวัติผู้สมัครของมูลนิธิ กรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว รวมถึงเรียงความ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบรายงานผลการศึกษาภาคการศึกษาล่าสุด และจดหมายจากสถานศึกษารับรองว่าผู้สมัครมีความลำบากจริง มีผลการเรียนและความประพฤติดี และสมควรได้รับทุน

นอกจากนี้ ผู้สมัครสามารถแนบหลักฐานเพิ่มเติมที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เช่น เกียรติบัตรหรือภาพถ่ายบ้าน

สำหรับระดับอุดมศึกษา ต้องใช้แบบฟอร์มของมูลนิธิ พร้อมรูปถ่าย 1 นิ้ว สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบรายงานผลการศึกษาภาคการศึกษาล่าสุด จดหมายจากสถาบันการศึกษารับรองสถานะ ความลำบาก ผลการเรียน และความประพฤติ รวมทั้งเรียงความลายมือ 1 หน้า A4

ที่สำคัญ แบบฟอร์มของมูลนิธิให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวอย่างละเอียด เช่น สถานภาพครอบครัว อาชีพและรายได้ของบิดามารดา ผู้ดูแลหลัก จำนวนพี่น้อง ภาระการอุปการะ หนี้สินภายในครอบครัว และประวัติการได้รับทุนอื่นที่ผ่านมา
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความขาดแคลนทุนทรัพย์” เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพิจารณา และผู้สมัครควรกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงอย่างละเอียด

จุดที่ต้องระวัง: แบบฟอร์มไม่ได้ถามแค่เรื่องเรียน

ผู้สมัครระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา จะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในบ้าน ภาระหน้าที่ภายในครอบครัว การทำงานพิเศษเพื่อหารายได้ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว

แบบฟอร์มยังมีส่วนให้ระบุหนี้สินของครอบครัว ประวัติการได้รับทุนที่ผ่านมา เหตุผลในการขอทุน และแผนหรือความตั้งใจในการประกอบอาชีพในอนาคต

ส่วนระดับอุดมศึกษาก็มีการสอบถามข้อมูลลักษณะเดียวกัน ทั้งรายได้ของครอบครัว ผู้ดูแลหลัก พี่น้อง หนี้สิน ประวัติการได้รับทุน เหตุผลในการขอทุน และเป้าหมายการประกอบอาชีพ

ดังนั้น การกรอกแบบฟอร์มแบบสั้น ๆ หรือเว้นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับครอบครัว อาจทำให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วน

ขั้นตอนคัดเลือก “ประถม–มัธยม” ต้องผ่าน 2 ด่าน

นี่คือหนึ่งในจุดที่ผู้สมัครต้องเข้าใจให้ชัดที่สุด

ด่านแรกคือ “รอบคัดเลือก” แต่ละโรงเรียนจะเป็นผู้คัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จากนั้นให้นักเรียนกรอกใบประวัติและเขียนเรียงความด้วยตนเอง พร้อมแนบเอกสารประกอบ ส่งให้เขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดเป็นผู้พิจารณา

กรณีเด็กเล็ก มูลนิธิระบุว่าสามารถให้ผู้ปกครองช่วยกรอกใบประวัติได้ แต่เรียงความต้องเขียนด้วยตนเอง

ด่านที่สองคือ “รอบตัดสิน” คณะกรรมการมูลนิธิตั้งเซ็กกิมจะพิจารณาจากใบประวัติและเอกสารประกอบที่แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาคัดเลือกมา เพื่อพิจารณาผู้สมควรได้รับทุน

และต้องระวังอีกประเด็นหนึ่ง คือ หากคณะกรรมการเห็นว่าไม่มีผู้เหมาะสมที่จะได้รับทุนใดทุนหนึ่ง มูลนิธิสามารถงดการให้ทุนนั้นได้

ขั้นตอนคัดเลือก “อุดมศึกษา” แตกต่างออกไป

สำหรับระดับอุดมศึกษา ผู้สมัครไม่ได้เข้าสู่รอบตัดสินของมูลนิธิโดยตรงเช่นกัน

ประกาศปี 2569 ระบุว่า “หน่วยงานของมหาวิทยาลัย” จะเป็นผู้รับสมัครและคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมตามคุณสมบัติ โดย “ไม่จำกัดจำนวน” แล้วส่งให้มูลนิธิภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเข้าสู่การพิจารณาคัดเลือกรอบตัดสิน

จากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิจะพิจารณาใบสมัครและเอกสารประกอบ เพื่อคัดเลือกผู้สมควรได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

ดังนั้น นักศึกษาที่สนใจควรเริ่มต้นที่กองกิจการนักศึกษา งานทุนการศึกษา คณะ หรือหน่วยงานที่มหาวิทยาลัยกำหนด ไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้ายแล้วจึงติดต่อมหาวิทยาลัย เพราะกระบวนการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยต้องเกิดขึ้นก่อนที่เอกสารจะถูกส่งถึงมูลนิธิ

“อาจารย์” มีบทบาทในกระบวนการสมัคร

เอกสารของมูลนิธิไม่ได้ให้ผู้สมัครดำเนินการเพียงลำพัง แต่กำหนดให้มีการรับรองหรือความคิดเห็นจากบุคลากรของสถานศึกษา

ในระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา แบบฟอร์มมีส่วนรับรองของครูประจำชั้น และมีส่วนความคิดเห็นของผู้สัมภาษณ์เบื้องต้นว่าจะสมควรหรือไม่สมควรพิจารณาให้ทุน

สำหรับระดับอุดมศึกษา แบบฟอร์มกำหนดให้มีคำรับรองของอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์ประจำคณะ และมีส่วนความคิดเห็นของผู้สัมภาษณ์ว่าเห็นสมควรหรือไม่สมควรพิจารณาให้ทุน

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ผู้สมัครควรติดต่อโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแต่เนิ่น ๆ เพราะการสมัครไม่ได้มีเพียงการกรอกแบบฟอร์มของผู้สมัครเท่านั้น

เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องตรวจให้ครบก่อนส่ง

ในแบบฟอร์มเอกสารของมูลนิธิมีเช็กลิสต์หลักฐานที่แนบใบสมัคร ได้แก่ รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ความคิดเห็นของอาจารย์ที่ปรึกษา แผนที่แสดงที่อยู่อาศัยของครอบครัวหรือของนักเรียน/นิสิตพร้อมรูปถ่ายบ้าน ข้อมูลในใบสมัครที่ชัดเจนครบถ้วนและมีลายเซ็นผู้สมัคร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรนักเรียน/นิสิต สำเนาทะเบียนบ้าน และใบรายงานผลการเรียนของปีการศึกษาที่ผ่านมา
มูลนิธิระบุไว้ชัดเจนในหมายเหตุว่า ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาใบสมัครสำหรับผู้สมัครที่กรอกข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด

นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดที่ “ห้ามพลาด” เพราะคุณสมบัติดีหรือ GPA ถึงเกณฑ์อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเอกสารจะครบตามเงื่อนไขของโครงการ

กำหนดการปี 2569

มูลนิธิตั้งเซ็กกิมเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และกำหนดให้ “ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ”
สำหรับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มูลนิธิจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 และประกาศทางเว็บไซต์ของนานมี

สำหรับระดับอุดมศึกษา มูลนิธิจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนไปยังนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 และประกาศทางเว็บไซต์นานมีเช่นกัน

การมอบทุน: ผู้ได้รับทุนต้องไปรับด้วยตนเอง

มูลนิธิตั้งเซ็กกิมกำหนดจัดพิธีมอบทุน ณ อาคารบริษัท นานมี จำกัด ถนนสาทรเหนือ กรุงเทพมหานคร โดยรายละเอียดวัน เวลา และข้อมูลเกี่ยวกับการรับทุนและค่าเดินทางจะแจ้งให้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยทราบพร้อมรายละเอียดผู้ได้รับทุน
จุดที่ต้องจำให้ดีคือ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องเดินทางมารับทุนด้วยตนเอง หากไม่เดินทางมารับทุน มูลนิธิถือว่าสละสิทธิ์

หลังได้รับทุนยังมีการติดตามผล

ทุนนี้แม้จะเป็นทุนให้เปล่าและไม่ต่อเนื่อง แต่กระบวนการไม่ได้จบลงทันทีหลังการรับเงิน เพราะสถาบันการศึกษาต้องจัดส่งรายงานผลการเรียนของนักเรียนหรือนิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนในปีการศึกษาที่ได้รับทุนให้แก่มูลนิธิ

จุดสำคัญที่ผู้สมัคร “ต้องรู้และห้ามพลาด”

ข้อแรก ต้องแยกให้ออกว่าตนเองอยู่ในระดับใด เพราะกระบวนการสมัครแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ประถมศึกษา–มัธยมศึกษา ต้องเริ่มจากโรงเรียน → เขตพื้นที่การศึกษา → คณะกรรมการมูลนิธิ

อุดมศึกษา ต้องเริ่มจากมหาวิทยาลัย → คัดเลือกโดยหน่วยงานของมหาวิทยาลัยโดยไม่จำกัดจำนวน → คณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อสอง อย่าคิดว่า GPA 3.00 เพียงอย่างเดียวเพียงพอ เพราะมูลนิธิระบุเรื่องความขาดแคลนทุนทรัพย์ จริยธรรม ความประพฤติ และสถานะการได้รับทุนอื่นไว้ด้วย
ข้อสาม เรียงความต้องเขียนด้วยลายมือของผู้สมัครเอง ความยาว 1 หน้า A4 และต้องเป็นหัวข้อ “ความฝันที่อยากให้เป็นจริง”
ข้อสี่ อย่ากรอกข้อมูลครอบครัวแบบคร่าว ๆ เพราะแบบฟอร์มของมูลนิธิถามถึงรายได้ อาชีพ ภาระการอุปการะ หนี้สิน พี่น้อง และทุนที่เคยได้รับอย่างละเอียด

ข้อห้า ตรวจสอบเอกสารและลายเซ็นให้ครบ เพราะมูลนิธิระบุว่าสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาใบสมัครที่กรอกข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไข

ข้อหก อย่ารอถึงวันที่ 31 สิงหาคม โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยต้องมีขั้นตอนรับสมัครและคัดเลือกก่อนส่งให้มูลนิธิภายในกำหนด

ข้อเจ็ด หากได้รับทุน ต้องเตรียมตัวเดินทางไปรับทุนด้วยตนเองตามเงื่อนไขของมูลนิธิ เพราะการไม่เดินทางไปรับถือว่าสละสิทธิ์

สรุป: ทุนนี้ไม่ได้มองเพียง “เด็กเรียนเก่ง” แต่ต้องเห็นทั้งตัวผู้สมัครและความจำเป็น

ทุนการศึกษามูลนิธิตั้งเซ็กกิม ประจำปี 2569 เป็นทุนให้เปล่าที่ครอบคลุมตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับปริญญาตรี รวม 126 ทุน มูลค่า 860,000 บาท โดยเปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

จุดเด่นของทุนอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้รับการสนับสนุนโดยไม่จำกัดเฉพาะสาขาวิชาในระดับอุดมศึกษา ขณะเดียวกัน กระบวนการคัดเลือกก็ไม่ได้ดูเฉพาะเกรด แต่พิจารณาคุณสมบัติ ความประพฤติ ความขาดแคลนทุนทรัพย์ ข้อมูลครอบครัว เหตุผลในการขอทุน เป้าหมายในอนาคต เรียงความ และความเห็นจากสถานศึกษา

สำหรับผู้สนใจ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียง “รีบสมัคร” แต่ต้อง “สมัครให้ถูกขั้นตอนและเอกสารครบ” เพราะนักเรียนประถม–มัธยมต้องผ่านโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนระดับอุดมศึกษาต้องผ่านมหาวิทยาลัยก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมูลนิธิ

ผู้สนใจควรตรวจสอบรายละเอียดจากเอกสารโครงการปี 2569 ของมูลนิธิโดยตรง และติดต่อสถานศึกษาของตนเองก่อนดำเนินการสมัคร เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่มูลนิธิกำหนด

ช่องทางติดต่ออย่างเป็นทางการ

มูลนิธิตั้งเซ็กกิม
146 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร. 0-2648-8000 ติดต่อคุณวรรณพร
เว็บไซต์ทางการ: บริษัท นานมี จำกัด — เว็บไซต์ทางการ

หน้ารวมโครงการของมูลนิธิตั้งเซ็กกิม: มูลนิธิตั้งเซ็กกิม — Nanmee

บรรณานุกรม

มูลนิธิตั้งเซ็กกิม. (2569). โครงการสนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิตั้งเซ็กกิม ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569. บริษัท นานมี จำกัด.

มูลนิธิตั้งเซ็กกิม. (2569). โครงการสนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิตั้งเซ็กกิม ระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569. บริษัท นานมี จำกัด.

บริษัท นานมี จำกัด. (2569). โครงการทุนสนับสนุนการศึกษา หัวข้อ “ความฝัน ที่อยากให้เป็นจริง”. เว็บไซต์บริษัท นานมี จำกัด.

บริษัท นานมี จำกัด. (2568). ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษา มูลนิธิตั้งเซ็กกิม ปี 2025. เว็บไซต์บริษัท นานมี จำกัด.

#ทุนการศึกษา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may have missed