“ครูคืนถิ่น 2570” เปิดสูตรคะแนนลับ! พลาดจุดไหนถึงหลุดเก้าอี้ครู – แฉเหตุ GPAX-อังกฤษ-ภูมิลำเนา ที่เข้าใจผิดกันเยอะ
คะแนนถึง 50 แล้วคิดว่าติดชัวร์? GPAX 3.80 คิดว่าชนะขาด? นี่คือความเข้าใจผิดที่ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสเป็นครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ทั้งที่จริงๆ แล้วมีสิทธิ์ติดสูงกว่านี้ บทความนี้เปิดสูตรคะแนนจริงจากประกาศฉบับทางการ ตารางน้ำหนักคะแนนครบทั้ง 21 สาขา และจุดพลาดที่เด็กส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว อ่านให้จบก่อนสมัคร
โครงการนี้คืออะไร
คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการนี้เพื่อผลิตครูที่มีคุณภาพ เก่งทั้งวิชาการและวิชาชีพ ไปบรรจุในพื้นที่ที่ขาดแคลนครู เมื่อเรียนจบและมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูทันทีในพื้นที่ภูมิลำเนาของตัวเอง พูดง่ายๆ คือเรียนจบแล้วมีงานรอ ไม่ต้องไปแข่งสอบบรรจุซ้ำอีกรอบ
ใช้คะแนนอะไรสมัครบ้าง
การคัดเลือกใช้คะแนน 4 ตัวนี้ผสมกัน โดยแต่ละสาขาให้น้ำหนักไม่เท่ากัน
- TGAT (ความถนัดทั่วไป)
- TPAT5 (ความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์)
- TPAT2 เฉพาะ 3 สาขา คือ ศิลปศึกษา ดนตรีศึกษา และนาฏศิลป์
- A-Level ตามวิชาที่แต่ละสาขากำหนด
จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ทุกสาขาให้ TGAT 15 คะแนน และ TPAT5 15 คะแนนเท่ากันหมด รวมเป็นฐานร่วม 30 คะแนนที่ทุกคนมีเหมือนกัน ส่วนที่เหลืออีก 70 คะแนนจะกระจายไปตาม A-Level (และ TPAT2 สำหรับ 3 สาขาศิลปะ) ซึ่งแต่ละสาขาให้น้ำหนักไม่เท่ากัน นี่คือสิ่งที่ต้องไปดูให้ดีก่อนวางแผนอ่านหนังสือ
วิธีคิดคะแนน ไม่ใช่เอาคะแนนสอบมาบวกตรงๆ
คะแนนสอบที่ได้จะถูก “แปลงตามน้ำหนัก” ก่อน ไม่ใช่นำมาบวกตรงๆ สูตรคือ
คะแนนสอบ × น้ำหนักที่กำหนด ÷ 100
ตัวอย่าง ถ้าได้ TGAT 80 คะแนน และสาขากำหนดน้ำหนัก TGAT ไว้ 15 80 × 15 ÷ 100 = 12 คะแนน
หรือถ้าสมัครสาขาภาษาอังกฤษ ซึ่งให้น้ำหนัก A-Level อังกฤษสูงสุดถึง 30 คะแนน และทำได้ 85 คะแนน 85 × 30 ÷ 100 = 25.5 คะแนน
จะเห็นว่าวิชาที่มีน้ำหนักสูง คะแนนสอบแต่ละแต้มจะ “มีค่า” มากกว่าวิชาที่น้ำหนักน้อย เช่น วิชาน้ำหนัก 30 ถ้าทำคะแนนเพิ่มได้ 1 แต้ม จะได้คะแนนคัดเลือกเพิ่ม 0.30 แต้ม แต่ถ้าวิชาน้ำหนัก 10 ทำเพิ่ม 1 แต้ม จะได้แค่ 0.10 แต้ม ต่างกัน 3 เท่า
ข้อสรุปสำหรับการอ่านหนังสือ: อย่าแบ่งเวลาอ่านทุกวิชาเท่ากัน ให้ทุ่มเวลาให้วิชาที่น้ำหนักสูงและเป็นจุดแข็งของตัวเองก่อน
ต้องได้คะแนนรวมเท่าไรถึงผ่าน
ประกาศกำหนดว่าผู้ผ่านการคัดเลือกต้องมีคะแนนรวม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า 50 คะแนนคือเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ใช่คะแนนที่การันตีว่าจะติด เพราะยังต้องแข่งกับผู้สมัครคนอื่นตามจำนวนที่รับของแต่ละสาขา
แนะนำให้ตั้งเป้าเป็น 3 ระดับ
| ระดับคะแนน | ความหมาย |
| 50 | เส้นขั้นต่ำที่ห้ามต่ำกว่า |
| 60 | เริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้น |
| 70 ขึ้นไป | สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน |
ถ้าคะแนนรวมเท่ากันจะตัดสินยังไง
ประกาศระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน จะดู ผลรวมของ TGAT + TPAT5 ก่อน ใครสูงกว่าได้ไป และถ้ายังเท่ากันอีก จะดูจากเลขที่ใบสมัครที่สมัครก่อน
นี่คือเหตุผลที่ TGAT และ TPAT5 สำคัญ 2 ชั้น ทั้งช่วยเพิ่มคะแนนรวม และยังเป็นตัวชี้ขาดกรณีคะแนนเสมอกันด้วย จึงไม่ควรปล่อยสองวิชานี้ทิ้ง
ตารางน้ำหนักคะแนนของแต่ละสาขา (จากประกาศ)
| สาขาวิชา | TGAT | TPAT5 | TPAT2 เฉพาะทาง | A-Level ที่ใช้ |
| ศิลปศึกษา | 15 | 15 | ทัศนศิลป์=20 | คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 |
| ดนตรีศึกษา | 15 | 15 | ดนตรี=20 | คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 |
| นาฏศิลป์ | 15 | 15 | นาฏศิลป์=20 | คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 |
| คณิตศาสตร์ | 15 | 15 | คณิต1=20, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| คอมพิวเตอร์ | 15 | 15 | คณิต1=15, วิทย์=15, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| วิทยาศาสตร์ทั่วไป | 15 | 15 | คณิต1=10, วิทย์=20, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| ฟิสิกส์ | 15 | 15 | คณิต1=10, วิทย์=10, ฟิสิกส์=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| เคมี | 15 | 15 | คณิต1=10, วิทย์=10, เคมี=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| ชีววิทยา | 15 | 15 | คณิต1=10, วิทย์=10, ชีวะ=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| ภาษาไทย | 15 | 15 | คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=10, ไทย=20, อังกฤษ=20 | |
| ภาษาอังกฤษ | 15 | 15 | คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=30 | |
| สังคมศึกษา | 15 | 15 | คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=20, ไทย=10, อังกฤษ=20 | |
| พลศึกษา / สุขศึกษา / จิตวิทยาฯ / ปฐมวัย / ประถมศึกษา / การศึกษาพิเศษ / คหกรรมศาสตร์ / เกษตรกรรม / อุตสาหกรรม | 15 | 15 | คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=15, ไทย=15, อังกฤษ=20 |
ข้อสังเกตสำคัญ: วิชาภาษาอังกฤษมีน้ำหนักสูงในแทบทุกสาขา (20-30 คะแนน) ดังนั้นใครที่พื้นฐานอังกฤษดีอยู่แล้ว จะได้เปรียบไม่ว่าจะเลือกสาขาไหน
เงื่อนไขที่มักเข้าใจผิด
- GPAX ไม่ใช่คะแนนแข่งขัน — เกณฑ์ GPAX 3.00 เป็นแค่ “คุณสมบัติผู้สมัคร” เท่านั้น ไม่ได้เอามาบวกในสูตรคะแนนคัดเลือก ต่อให้ GPAX สูงแค่ไหนก็ไม่ช่วยชดเชยคะแนนสอบที่ต่ำ
- ผลภาษาอังกฤษ (TOEFL/IELTS/TOEIC) ไม่ใช่คะแนนตอนสมัคร — เป็นเงื่อนไขที่ต้องมีตอน “จบการศึกษา” ก่อนบรรจุ ไม่เกี่ยวกับสูตรคะแนน TCAS – สายเอกภาษาอังกฤษ: TOEFL ITP ≥ 550 หรือ iBT ≥ 79 หรือ IELTS ≥ 6.5 หรือ TOEIC ≥ 700 หรือ CU-TEP ≥ 89 – สายเอกอื่นๆ: TOEFL ITP ≥ 473 หรือ iBT ≥ 52 หรือ IELTS ≥ 4 หรือ TOEIC ≥ 500 หรือ CU-TEP ≥ 56
- ภูมิลำเนาสำคัญมาก — ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันรับสมัคร และจังหวัดภูมิลำเนาที่เลือก (ของตัวเอง พ่อ หรือแม่ อย่างใดอย่างหนึ่ง) ต้องตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ ดังนั้นก่อนวางแผนสมัคร ให้เช็กทะเบียนบ้านก่อนเป็นอันดับแรก ว่ามีสิทธิ์สมัครพื้นที่ไหนได้บ้าง
- เลือกได้ไม่เกิน 3 สาขา — ควรจัดลำดับให้ดี เช่น อันดับ 1 คือสาขาที่อยากเรียนที่สุด อันดับ 2 คือสาขาที่คะแนนตัวเองแข็งที่สุด อันดับ 3 เป็นตัวสำรอง
- เมื่อได้รับคัดเลือกแล้วต้องผูกพันทำงาน — ต้องบรรจุรับราชการครูในโรงเรียนที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 5 ปี จะขอโอนย้ายไม่ได้ (ยกเว้นลาออกจากราชการ)
รับรุ่นแรกกี่คน
ปีการศึกษา 2570 นี้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก 1,552 อัตรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายรวมทั้งโครงการที่วางแผนผลิตครู 16,033 อัตรา ตลอด 9 รุ่น (บรรจุจริงช่วงปี พ.ศ. 2574-2582) ข้อมูลนี้อ้างอิงจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569
ปฏิทินสำคัญที่ต้องจำ (อ้างอิงปฏิทิน TCAS70 จาก mytcas.com)
| ช่วงเวลา | ต้องทำอะไร |
| 15 ก.ค. 2569 | เปิดระบบ myTCAS70 ให้เริ่มลงทะเบียน |
| 4-10 พ.ย. 2569 | สมัครสอบ TGAT และ TPAT2-5 |
| 14-20 ม.ค. 2570 | สมัครสอบ A-Level |
| 30 ม.ค.-1 ก.พ. 2570 | สอบ TGAT และ TPAT2-5 |
| 13-15 มี.ค. 2570 | สอบ A-Level |
| 7-11 พ.ค. 2570 | ยื่นสมัครคัดเลือกโครงการผ่านระบบ myTCAS (รอบ Admission) |
หมายเหตุ: วันที่เหล่านี้อ้างอิงจากปฏิทิน TCAS70 ที่ mytcas.com เผยแพร่ ณ ช่วงกลางปี 2569 อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรเช็กความล่าสุดที่ mytcas.com อีกครั้งก่อนถึงวันจริงเสมอ
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: เนื่องจากกรณีคะแนนรวมเท่ากันจะตัดสินด้วย “เลขที่ใบสมัครลำดับก่อน” การรีบยื่นสมัครโครงการทันทีที่ระบบเปิด (ไม่ใช่รอจนใกล้ปิดรับ) จึงเป็นเรื่องที่ได้เปรียบจริง ไม่ใช่แค่ความเชื่อ
สรุปขั้นตอนเตรียมตัว 5 ข้อ
- เช็กทะเบียนบ้าน ว่าตัวเอง พ่อ หรือแม่ มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดไหน มีสิทธิ์สมัครพื้นที่ใด
- เลือกสาขาที่สนใจ 3-5 สาขาไว้ก่อน แล้วดูตารางน้ำหนักคะแนนของแต่ละสาขา
- ดูว่าสาขาที่เล็งไว้ วิชาไหนน้ำหนักสูงสุด แล้ววางแผนอ่านหนังสือให้วิชานั้นก่อน โดยไม่ทิ้ง TGAT กับ TPAT5 เพราะมีน้ำหนักรวมกันถึง 30 คะแนนทุกสาขา
- ลองทำข้อสอบจำลอง แล้วเอาคะแนนมาคำนวณตามสูตรของแต่ละสาขาจริงๆ จะได้เห็นว่าตัวเองมีโอกาสสูงกับสาขาไหน
- ก่อนสมัครจริง จัดลำดับ 3 สาขาให้ดี โดยดูทั้งความชอบ ความถนัด และเงื่อนไขภูมิลำเนาประกอบกัน
การเตรียมตัวแบบรู้สูตรคะแนนล่วงหน้า จะทำให้อ่านหนังสือได้ตรงจุดกว่าการอ่านทุกวิชาแบบเท่าๆ กัน และเพิ่มโอกาสสอบติดสาขาที่อยากเรียนได้มากขึ้น