“ครูคืนถิ่น 2570” เปิดสูตรคะแนนลับ! พลาดจุดไหนถึงหลุดเก้าอี้ครู – แฉเหตุ GPAX-อังกฤษ-ภูมิลำเนา ที่เข้าใจผิดกันเยอะ

0
ครูคืนถิ่น17

คะแนนถึง 50 แล้วคิดว่าติดชัวร์? GPAX 3.80 คิดว่าชนะขาด? นี่คือความเข้าใจผิดที่ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสเป็นครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ทั้งที่จริงๆ แล้วมีสิทธิ์ติดสูงกว่านี้ บทความนี้เปิดสูตรคะแนนจริงจากประกาศฉบับทางการ ตารางน้ำหนักคะแนนครบทั้ง 21 สาขา และจุดพลาดที่เด็กส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว อ่านให้จบก่อนสมัคร

โครงการนี้คืออะไร

คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการนี้เพื่อผลิตครูที่มีคุณภาพ เก่งทั้งวิชาการและวิชาชีพ ไปบรรจุในพื้นที่ที่ขาดแคลนครู เมื่อเรียนจบและมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูทันทีในพื้นที่ภูมิลำเนาของตัวเอง พูดง่ายๆ คือเรียนจบแล้วมีงานรอ ไม่ต้องไปแข่งสอบบรรจุซ้ำอีกรอบ

ใช้คะแนนอะไรสมัครบ้าง

การคัดเลือกใช้คะแนน 4 ตัวนี้ผสมกัน โดยแต่ละสาขาให้น้ำหนักไม่เท่ากัน

  • TGAT (ความถนัดทั่วไป)
  • TPAT5 (ความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์)
  • TPAT2 เฉพาะ 3 สาขา คือ ศิลปศึกษา ดนตรีศึกษา และนาฏศิลป์
  • A-Level ตามวิชาที่แต่ละสาขากำหนด

จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ทุกสาขาให้ TGAT 15 คะแนน และ TPAT5 15 คะแนนเท่ากันหมด รวมเป็นฐานร่วม 30 คะแนนที่ทุกคนมีเหมือนกัน ส่วนที่เหลืออีก 70 คะแนนจะกระจายไปตาม A-Level (และ TPAT2 สำหรับ 3 สาขาศิลปะ) ซึ่งแต่ละสาขาให้น้ำหนักไม่เท่ากัน นี่คือสิ่งที่ต้องไปดูให้ดีก่อนวางแผนอ่านหนังสือ

วิธีคิดคะแนน ไม่ใช่เอาคะแนนสอบมาบวกตรงๆ

คะแนนสอบที่ได้จะถูก “แปลงตามน้ำหนัก” ก่อน ไม่ใช่นำมาบวกตรงๆ สูตรคือ

คะแนนสอบ × น้ำหนักที่กำหนด ÷ 100

ตัวอย่าง ถ้าได้ TGAT 80 คะแนน และสาขากำหนดน้ำหนัก TGAT ไว้ 15 80 × 15 ÷ 100 = 12 คะแนน

หรือถ้าสมัครสาขาภาษาอังกฤษ ซึ่งให้น้ำหนัก A-Level อังกฤษสูงสุดถึง 30 คะแนน และทำได้ 85 คะแนน 85 × 30 ÷ 100 = 25.5 คะแนน

จะเห็นว่าวิชาที่มีน้ำหนักสูง คะแนนสอบแต่ละแต้มจะ “มีค่า” มากกว่าวิชาที่น้ำหนักน้อย เช่น วิชาน้ำหนัก 30 ถ้าทำคะแนนเพิ่มได้ 1 แต้ม จะได้คะแนนคัดเลือกเพิ่ม 0.30 แต้ม แต่ถ้าวิชาน้ำหนัก 10 ทำเพิ่ม 1 แต้ม จะได้แค่ 0.10 แต้ม ต่างกัน 3 เท่า

ข้อสรุปสำหรับการอ่านหนังสือ: อย่าแบ่งเวลาอ่านทุกวิชาเท่ากัน ให้ทุ่มเวลาให้วิชาที่น้ำหนักสูงและเป็นจุดแข็งของตัวเองก่อน

ต้องได้คะแนนรวมเท่าไรถึงผ่าน

ประกาศกำหนดว่าผู้ผ่านการคัดเลือกต้องมีคะแนนรวม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า 50 คะแนนคือเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ใช่คะแนนที่การันตีว่าจะติด เพราะยังต้องแข่งกับผู้สมัครคนอื่นตามจำนวนที่รับของแต่ละสาขา

แนะนำให้ตั้งเป้าเป็น 3 ระดับ

ระดับคะแนน ความหมาย
50 เส้นขั้นต่ำที่ห้ามต่ำกว่า
60 เริ่มมีความปลอดภัยมากขึ้น
70 ขึ้นไป สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ถ้าคะแนนรวมเท่ากันจะตัดสินยังไง

ประกาศระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน จะดู ผลรวมของ TGAT + TPAT5 ก่อน ใครสูงกว่าได้ไป และถ้ายังเท่ากันอีก จะดูจากเลขที่ใบสมัครที่สมัครก่อน

นี่คือเหตุผลที่ TGAT และ TPAT5 สำคัญ 2 ชั้น ทั้งช่วยเพิ่มคะแนนรวม และยังเป็นตัวชี้ขาดกรณีคะแนนเสมอกันด้วย จึงไม่ควรปล่อยสองวิชานี้ทิ้ง

ตารางน้ำหนักคะแนนของแต่ละสาขา (จากประกาศ)

สาขาวิชา TGAT TPAT5 TPAT2 เฉพาะทาง A-Level ที่ใช้
ศิลปศึกษา 15 15 ทัศนศิลป์=20 คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
ดนตรีศึกษา 15 15 ดนตรี=20 คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
นาฏศิลป์ 15 15 นาฏศิลป์=20 คณิต2=5, วิทย์=5, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
คณิตศาสตร์ 15 15 คณิต1=20, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
คอมพิวเตอร์ 15 15 คณิต1=15, วิทย์=15, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
วิทยาศาสตร์ทั่วไป 15 15 คณิต1=10, วิทย์=20, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
ฟิสิกส์ 15 15 คณิต1=10, วิทย์=10, ฟิสิกส์=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
เคมี 15 15 คณิต1=10, วิทย์=10, เคมี=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
ชีววิทยา 15 15 คณิต1=10, วิทย์=10, ชีวะ=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=20
ภาษาไทย 15 15 คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=10, ไทย=20, อังกฤษ=20
ภาษาอังกฤษ 15 15 คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=10, ไทย=10, อังกฤษ=30
สังคมศึกษา 15 15 คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=20, ไทย=10, อังกฤษ=20
พลศึกษา / สุขศึกษา / จิตวิทยาฯ / ปฐมวัย / ประถมศึกษา / การศึกษาพิเศษ / คหกรรมศาสตร์ / เกษตรกรรม / อุตสาหกรรม 15 15 คณิต2=10, วิทย์=10, สังคม=15, ไทย=15, อังกฤษ=20

ข้อสังเกตสำคัญ: วิชาภาษาอังกฤษมีน้ำหนักสูงในแทบทุกสาขา (20-30 คะแนน) ดังนั้นใครที่พื้นฐานอังกฤษดีอยู่แล้ว จะได้เปรียบไม่ว่าจะเลือกสาขาไหน

เงื่อนไขที่มักเข้าใจผิด

  1. GPAX ไม่ใช่คะแนนแข่งขัน — เกณฑ์ GPAX 3.00 เป็นแค่ “คุณสมบัติผู้สมัคร” เท่านั้น ไม่ได้เอามาบวกในสูตรคะแนนคัดเลือก ต่อให้ GPAX สูงแค่ไหนก็ไม่ช่วยชดเชยคะแนนสอบที่ต่ำ
  2. ผลภาษาอังกฤษ (TOEFL/IELTS/TOEIC) ไม่ใช่คะแนนตอนสมัคร — เป็นเงื่อนไขที่ต้องมีตอน “จบการศึกษา” ก่อนบรรจุ ไม่เกี่ยวกับสูตรคะแนน TCAS – สายเอกภาษาอังกฤษ: TOEFL ITP ≥ 550 หรือ iBT ≥ 79 หรือ IELTS ≥ 6.5 หรือ TOEIC ≥ 700 หรือ CU-TEP ≥ 89 – สายเอกอื่นๆ: TOEFL ITP ≥ 473 หรือ iBT ≥ 52 หรือ IELTS ≥ 4 หรือ TOEIC ≥ 500 หรือ CU-TEP ≥ 56
  3. ภูมิลำเนาสำคัญมาก — ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันรับสมัคร และจังหวัดภูมิลำเนาที่เลือก (ของตัวเอง พ่อ หรือแม่ อย่างใดอย่างหนึ่ง) ต้องตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ ดังนั้นก่อนวางแผนสมัคร ให้เช็กทะเบียนบ้านก่อนเป็นอันดับแรก ว่ามีสิทธิ์สมัครพื้นที่ไหนได้บ้าง
  4. เลือกได้ไม่เกิน 3 สาขา — ควรจัดลำดับให้ดี เช่น อันดับ 1 คือสาขาที่อยากเรียนที่สุด อันดับ 2 คือสาขาที่คะแนนตัวเองแข็งที่สุด อันดับ 3 เป็นตัวสำรอง
  5. เมื่อได้รับคัดเลือกแล้วต้องผูกพันทำงาน — ต้องบรรจุรับราชการครูในโรงเรียนที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 5 ปี จะขอโอนย้ายไม่ได้ (ยกเว้นลาออกจากราชการ)

รับรุ่นแรกกี่คน

ปีการศึกษา 2570 นี้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก 1,552 อัตรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายรวมทั้งโครงการที่วางแผนผลิตครู 16,033 อัตรา ตลอด 9 รุ่น (บรรจุจริงช่วงปี พ.ศ. 2574-2582) ข้อมูลนี้อ้างอิงจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569

ปฏิทินสำคัญที่ต้องจำ (อ้างอิงปฏิทิน TCAS70 จาก mytcas.com)

ช่วงเวลา ต้องทำอะไร
15 ก.ค. 2569 เปิดระบบ myTCAS70 ให้เริ่มลงทะเบียน
4-10 พ.ย. 2569 สมัครสอบ TGAT และ TPAT2-5
14-20 ม.ค. 2570 สมัครสอบ A-Level
30 ม.ค.-1 ก.พ. 2570 สอบ TGAT และ TPAT2-5
13-15 มี.ค. 2570 สอบ A-Level
7-11 พ.ค. 2570 ยื่นสมัครคัดเลือกโครงการผ่านระบบ myTCAS (รอบ Admission)

หมายเหตุ: วันที่เหล่านี้อ้างอิงจากปฏิทิน TCAS70 ที่ mytcas.com เผยแพร่ ณ ช่วงกลางปี 2569 อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรเช็กความล่าสุดที่ mytcas.com อีกครั้งก่อนถึงวันจริงเสมอ

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: เนื่องจากกรณีคะแนนรวมเท่ากันจะตัดสินด้วย “เลขที่ใบสมัครลำดับก่อน” การรีบยื่นสมัครโครงการทันทีที่ระบบเปิด (ไม่ใช่รอจนใกล้ปิดรับ) จึงเป็นเรื่องที่ได้เปรียบจริง ไม่ใช่แค่ความเชื่อ

สรุปขั้นตอนเตรียมตัว 5 ข้อ

  1. เช็กทะเบียนบ้าน ว่าตัวเอง พ่อ หรือแม่ มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดไหน มีสิทธิ์สมัครพื้นที่ใด
  2. เลือกสาขาที่สนใจ 3-5 สาขาไว้ก่อน แล้วดูตารางน้ำหนักคะแนนของแต่ละสาขา
  3. ดูว่าสาขาที่เล็งไว้ วิชาไหนน้ำหนักสูงสุด แล้ววางแผนอ่านหนังสือให้วิชานั้นก่อน โดยไม่ทิ้ง TGAT กับ TPAT5 เพราะมีน้ำหนักรวมกันถึง 30 คะแนนทุกสาขา
  4. ลองทำข้อสอบจำลอง แล้วเอาคะแนนมาคำนวณตามสูตรของแต่ละสาขาจริงๆ จะได้เห็นว่าตัวเองมีโอกาสสูงกับสาขาไหน
  5. ก่อนสมัครจริง จัดลำดับ 3 สาขาให้ดี โดยดูทั้งความชอบ ความถนัด และเงื่อนไขภูมิลำเนาประกอบกัน

การเตรียมตัวแบบรู้สูตรคะแนนล่วงหน้า จะทำให้อ่านหนังสือได้ตรงจุดกว่าการอ่านทุกวิชาแบบเท่าๆ กัน และเพิ่มโอกาสสอบติดสาขาที่อยากเรียนได้มากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may have missed