มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ มอบทุนการศึกษา 4 ระดับ ตั้งแต่ ม.ปลาย–ปวช.–ปวส.–ปริญญาตรี ทุนให้เปล่าสูงสุด 40,000 บาทต่อปี

มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติเป็นองค์กรที่ดำเนินงานด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และการช่วยเหลือสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถศึกษาต่อและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในด้านการศึกษา มูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนตั้งแต่การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การอาชีวศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. จนถึงระดับอุดมศึกษา โดยทุนหลักเป็น “ทุนให้เปล่า” ไม่มีเงื่อนไขให้ผู้รับทุนต้องใช้ทุนคืน แต่คาดหวังให้ผู้ได้รับทุนตั้งใจศึกษา พัฒนาตนเอง และนำความรู้กลับไปสร้างประโยชน์แก่สังคมและท้องถิ่นของตน
ข้อมูลการมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ ประจำปี 2568
ข้อมูลการดำเนินงานด้านการศึกษาของมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ ประจำปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในหลายระดับและหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และปริญญาตรีเท่านั้น แต่ยังมีทุนเฉพาะด้านสำหรับนักศึกษาแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ผู้ช่วยพยาบาล รวมถึงทุนผ่านองค์กรด้านสังคมและทุนสำหรับการเริ่มต้นชีวิตหลังสำเร็จการศึกษา
ในปี 2568 มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติรายงานการมอบทุนและการสนับสนุนด้านการศึกษาหลายประเภท โดยมีจำนวนทุนตามข้อมูลอย่างเป็นทางการดังนี้
1. ทุนสายสามัญ วิชาชีพ และอุดมศึกษา
ทุนการศึกษากลุ่มหลักของมูลนิธิฯ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษาวิชาชีพ ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวม 4 ระดับ ได้แก่
• ทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จำนวน 97 ทุน
• ทุนการศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. จำนวน 40 ทุน
• ทุนการศึกษาวิชาชีพระดับ ปวส. จำนวน 9 ทุน
• ทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 47 ทุน
รวมทุนในกลุ่มสายสามัญ วิชาชีพ และอุดมศึกษา จำนวน 193 ทุน
ตัวเลขดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้ที่กำลังวางแผนศึกษาต่อ เพราะแสดงให้เห็นว่ามูลนิธิฯ มีการสนับสนุนผู้เรียนตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ไปจนถึงการศึกษาระดับวิชาชีพและระดับมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง
2. ทุนการศึกษาแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จำนวน 20 ทุน
นอกจากทุนการศึกษาทั่วไปแล้ว ในปี 2568 มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติยังมอบทุนการศึกษาแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จำนวน 20 ทุน ซึ่งเป็นทุนเฉพาะทางด้านการแพทย์ แยกต่างหากจากทุนระดับอุดมศึกษาทั่วไป
ข้อมูลส่วนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของมูลนิธิฯ นอกเหนือจากการสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาทั่วไป
3. ทุนการศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 ทุน
มูลนิธิฯ ยังให้การสนับสนุนทุนการศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 ทุนในปี 2568 โดยเป็นทุนเฉพาะด้านที่มุ่งสนับสนุนการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์
4. ทุนประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน จำนวน 5 ทุน
สำหรับสายวิชาชีพด้านสุขภาพ มูลนิธิฯ มอบทุนประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน จำนวน 5 ทุนในปี 2568 เพิ่มเติมจากทุนการศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. และ ปวส.
ทุนประเภทนี้จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ โดยเป็นทุนที่มีลักษณะเฉพาะตามหลักสูตรและสถาบันที่มูลนิธิฯ สนับสนุน
5. ทุนการศึกษาผ่านมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า จำนวน 6 ทุน
ในปี 2568 มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติยังสนับสนุนทุนการศึกษาผ่านมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า จำนวน 6 ทุน เป็นการขยายการสนับสนุนทางการศึกษาผ่านความร่วมมือกับองค์กรด้านสังคมอีกช่องทางหนึ่ง
6. ทุนสนับสนุนการเริ่มต้นชีวิตหลังจบการศึกษา จำนวน 9 ทุน
อีกหนึ่งประเภททุนที่น่าสนใจคือ “ทุนสนับสนุนการเริ่มต้นชีวิตหลังจบการศึกษา” จำนวน 9 ทุนในปี 2568 ซึ่งแตกต่างจากทุนการศึกษาทั่วไป เพราะมุ่งสนับสนุนผู้ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากชีวิตนักศึกษาเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นชีวิตหลังสำเร็จการศึกษา
ทุนประเภทนี้สะท้อนแนวคิดของมูลนิธิฯ ที่ไม่ได้มองการสนับสนุนเพียงเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้รับทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
ทุนที่มอบให้ในแต่ละระดับการศึกษา
1. ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รับ 5,000 บาทต่อปี
ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
มูลนิธิฯ มอบทุนเป็นเงิน 5,000 บาทต่อทุนต่อปี และให้ผ่านโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายโรงเรียนรับทุนของมูลนิธิฯ โดยโรงเรียนที่ได้รับการพิจารณาต้องมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่า 100 คน และไม่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล รวมทั้งไม่ใช่โรงเรียนเอกชน
ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนชั้น ม.4–ม.6 มีฐานะครอบครัวยากจนหรือมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ มีผลการเรียนย้อนหลัง 3 ปีไม่ต่ำกว่า 2.75 ในทุกภาคการศึกษา มีความประพฤติดี และไม่ได้รับทุนการศึกษาจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว
จุดสำคัญของทุนประเภทนี้คือ นักเรียนไม่ได้สมัครโดยตรงกับมูลนิธิฯ ในลักษณะเดียวกับทุน ปวช. ปวส. และอุดมศึกษา แต่โรงเรียนจะเป็นผู้คัดเลือกนักเรียนตามจำนวนทุนที่มูลนิธิฯ แจ้ง และจัดส่งเอกสารให้มูลนิธิฯ พิจารณา
สำหรับการสมัครเข้าเป็นโรงเรียนรับทุน หากโรงเรียนยังไม่เคยติดต่อกับมูลนิธิฯ สามารถแจ้งความจำนงและส่งแบบฟอร์มตามที่มูลนิธิฯ กำหนด โดยระเบียบที่เผยแพร่ระบุว่ารับสมัครโรงเรียนถึงวันที่ 31 ตุลาคม และแจ้งผลภายในเดือนธันวาคม
2. ทุนระดับ ปวช. รับ 7,000 บาทต่อปี นาน 3 ปี
ทุนการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. เป็นทุนสำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 และต้องการศึกษาต่อสายอาชีพ โดยมูลนิธิฯ ให้ทุนโดยตรงแก่นักเรียน
ทุนมีมูลค่า 7,000 บาทต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปีตามหลักสูตร ปวช. หรือรวมสูงสุด 21,000 บาทตลอดหลักสูตร
คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ ต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ภาคเรียนที่ 2 ของชั้น ม.3 ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เคยต่ำกว่า 2.0 และมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 ต้องสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือสถานศึกษาวิชาชีพอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่อยู่นอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และหลักสูตรต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ
นอกจากนี้ ผู้สมัครต้องมีความตั้งใจประกอบอาชีพในสาขาที่เรียน ไม่ได้รับทุนการศึกษาอื่นในเวลาเดียวกัน โดยทุน กยศ. ไม่ถือเป็นทุนการศึกษาในเงื่อนไขข้อนี้ และต้องไม่เป็นผู้เรียนระดับ ปวช. อยู่แล้ว
ผู้มีคุณสมบัติสามารถดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์มูลนิธิฯ กรอกข้อมูลพร้อมเอกสารประกอบ และจัดส่งทางไปรษณีย์ โดยระเบียบที่เผยแพร่กำหนดช่วงรับสมัครปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1–31 ธันวาคม และแจ้งผลภายในเดือนมีนาคม
การจ่ายทุนครั้งแรกจะดำเนินการเมื่อมูลนิธิฯ ได้รับหลักฐานการเข้าศึกษาในสาขาและสถาบันตามที่กำหนด พร้อมสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ส่วนการได้รับทุนในปีต่อ ๆ ไปต้องส่งผลการเรียนทั้งสองภาคการศึกษาและรายงานประจำปีตามที่กำหนด
3. ทุนระดับ ปวส. รับ 20,000 บาทต่อปี นาน 2 ปี
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติให้ทุนแบบให้เปล่า 20,000 บาทต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี หรือรวมสูงสุด 40,000 บาทตลอดหลักสูตร
ทุนประเภทนี้มุ่งเพิ่มศักยภาพด้านการประกอบอาชีพแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ปวช. หรือ ม.6 ที่ต้องการเรียนต่อระดับ ปวส. โดยครอบคลุมประเภทวิชาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ประมง หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ผู้สมัครต้องกำลังศึกษาอยู่ในภาคสุดท้ายของ ปวช. หรือ ม.6 และมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 2.75 ในทุกภาคการศึกษา ต้องการศึกษาต่อในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือสถานศึกษาวิชาชีพของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่อยู่นอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และต้องเป็นหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้สมัครต้องมีความตั้งใจประกอบอาชีพในสาขาที่เรียน ไม่ได้รับทุนการศึกษาอื่นในเวลาเดียวกัน โดย กยศ. ไม่ถือเป็นทุนการศึกษา และต้องไม่เป็นนักศึกษาระดับ ปวส. อยู่แล้ว
ระเบียบที่เผยแพร่กำหนดให้เปิดรับสมัครปีละ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1–31 ธันวาคม และแจ้งผลภายในเดือนมีนาคม
การจ่ายทุนแบ่งเป็นปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10,000 บาท โดยการโอนครั้งแรกต้องมีหลักฐานการเข้าศึกษาในสาขาและสถาบันตามใบสมัคร พร้อมบัญชีธนาคารของนักศึกษา ส่วนการโอนครั้งต่อไปต้องมีผลการเรียนและรายงานประจำปีตามเงื่อนไขของมูลนิธิฯ
ข้อมูลจากปีการศึกษา 2569 ยังยืนยันว่ามูลนิธิฯ มีการมอบทุนระดับ ปวส. จริง โดยประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 และผู้ได้รับทุนมาจากสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์
4. ทุนระดับปริญญาตรี รับ 40,000 บาทต่อปี
ทุนระดับอุดมศึกษาถือเป็นทุนที่มีวงเงินสูงที่สุดในกลุ่มทุนหลักของมูลนิธิฯ โดยให้ทุนแบบให้เปล่า 40,000 บาทต่อปี สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยไม่รวมมหาวิทยาลัยเปิด
ผู้สมัครมีได้ 2 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนที่กำลังเรียนภาคสุดท้ายของ ม.6 และต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรี โดยต้องมีผลการเรียนตั้งแต่ ม.4–ม.6 ไม่ต่ำกว่า 3.0 ในทุกภาคการศึกษา หรือผู้ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐและต้องการขอทุนเพื่อศึกษาต่อจนจบหลักสูตร โดยต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.0 ในทุกภาคการศึกษาของช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ผู้สมัครต้องสอบเข้าศึกษาในสาขาหรือภาควิชาที่ตั้งใจไว้ในมหาวิทยาลัยของรัฐ ไม่ได้รับทุนการศึกษาอื่นในเวลาเดียวกัน ไม่เคยได้รับปริญญาระดับอุดมศึกษาอื่นมาก่อน และต้องไม่เป็นนักศึกษาที่ย้ายคณะ ภาควิชา หรือสถาบันการศึกษา
ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ผู้ที่ได้รับทุนจะต้องศึกษาในคณะและมหาวิทยาลัยตามที่แจ้งไว้ในใบสมัคร หากมีการเปลี่ยนคณะหรือสถาบันการศึกษา ทุนอาจถูกยกเลิกตามเงื่อนไขของมูลนิธิฯ
ทุนระดับปริญญาตรีจ่ายปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20,000 บาท โดยการโอนครั้งแรกต้องมีหลักฐานยืนยันการเข้าศึกษาในสถาบันและสาขาที่แจ้งไว้ พร้อมสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร ส่วนการโอนครั้งต่อไปต้องส่งผลการเรียนและรายงานประจำปีตามกำหนด
สำหรับปีการศึกษา 2569 มูลนิธิฯ ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนระดับอุดมศึกษาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยผู้ได้รับทุนมีทั้งนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
สรุปทุนแต่ละระดับ
| ระดับ | เงินทุน | ระยะเวลา | ช่องทางหลัก |
|---|---|---|---|
| ม.ปลาย | 5,000 บาท/ปี | ต่อเนื่องถึง ม.6 ตามเงื่อนไข | ผ่านโรงเรียน |
| ปวช. | 7,000 บาท/ปี | 3 ปี | สมัครโดยตรง |
| ปวส. | 20,000 บาท/ปี | 2 ปี | สมัครโดยตรง |
| ปริญญาตรี | 40,000 บาท/ปี | จนจบหลักสูตรตามเงื่อนไข | สมัครโดยตรง |
ข้อมูลจำนวนเงินและระยะเวลาข้างต้นอ้างอิงจากระเบียบทุนที่มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการ
การคัดเลือกผู้รับทุน
หลักการคัดเลือกของมูลนิธิฯ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะผลการเรียน แต่ต้องพิจารณาคุณสมบัติและเอกสารประกอบให้ครบถ้วน รวมถึงความเหมาะสมของผู้สมัครตามวัตถุประสงค์ของทุน
ในภาพรวม มูลนิธิฯ ระบุว่า คณะกรรมการจะคัดเลือกคำขอจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามระเบียบและมีเอกสารประกอบครบถ้วน ก่อนพิจารณามอบทุนแก่ผู้ที่มีความเหมาะสม โดยการพิจารณาให้ทุนหรือปฏิเสธคำขอเป็นดุลยพินิจและสิทธิ์ของมูลนิธิฯ
ดังนั้น การมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์จึงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับทุนโดยอัตโนมัติ
สถาบันที่สามารถใช้ทุนได้
มูลนิธิฯ ไม่ได้กำหนดรายชื่อมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเพียงไม่กี่แห่งเป็นการเฉพาะ แต่กำหนดประเภทของสถาบันและเงื่อนไขของหลักสูตร
ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาโดยหลักต้องเป็นสถานศึกษาของรัฐหรือหน่วยงานที่อยู่ในเงื่อนไขของระเบียบ และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยไม่ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในทุนประเภทที่ระบุไว้
ระดับปริญญาตรีต้องเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ และไม่รวมมหาวิทยาลัยเปิด
รายชื่อผู้ได้รับทุนปีการศึกษา 2569 แสดงให้เห็นว่าทุนสามารถกระจายไปยังมหาวิทยาลัยและสถาบันของรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
สิทธิประโยชน์ที่ผู้ได้รับทุนควรทราบ
ประโยชน์สำคัญที่สุดคือเป็นทุนให้เปล่า ไม่มีข้อผูกพันให้ต้องใช้ทุนคืน โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังให้ผู้รับทุนสามารถพัฒนาตนเอง มีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และนำความรู้กลับไปสร้างประโยชน์แก่สังคม
อย่างไรก็ตาม การได้รับทุนมีเงื่อนไขด้านการรายงานผลการเรียนและการส่งรายงานประจำปี รวมถึงการยืนยันสถานะการศึกษา เพื่อให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินการโอนทุนในปีต่อ ๆ ไปได้
ในระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี ผู้รับทุนควรให้ความสำคัญกับการรักษาผลการเรียนและส่งเอกสารตามกำหนด เพราะการโอนทุนในปีต่อไปมีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับผลการเรียนและรายงานประจำปี
กำหนดการรับสมัคร: ปี 2569 ผ่านไปแล้ว เตรียมตัวสำหรับรอบถัดไป
ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติได้ประกาศผลผู้ได้รับทุนปีการศึกษา 2569 ในระดับ ปวส. และอุดมศึกษาแล้ว ดังนั้น ผู้ที่กำลังเตรียมสมัครควรใช้กำหนดการตามระเบียบที่มูลนิธิฯ เผยแพร่เป็น “กรอบอ้างอิงสำหรับรอบถัดไป” จนกว่าจะมีประกาศปีการศึกษาใหม่อย่างเป็นทางการ
ระดับมัธยมศึกษา: โรงเรียนที่ต้องการเข้าร่วมเครือข่ายทุนมีกำหนดอ้างอิงถึงวันที่ 31 ตุลาคม และมูลนิธิฯ แจ้งผลภายในเดือนธันวาคม ส่วนเอกสารของนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกจะส่งภายในเดือนกุมภาพันธ์ก่อนเริ่มปีการศึกษา
ระดับ ปวช.: เปิดรับสมัครอ้างอิงระหว่างวันที่ 1–31 ธันวาคม และประกาศผลภายในเดือนมีนาคม
ระดับ ปวส.: เปิดรับสมัครอ้างอิงระหว่างวันที่ 1–31 ธันวาคม และประกาศผลภายในเดือนมีนาคม
ระดับปริญญาตรี: เปิดรับสมัครอ้างอิงระหว่างวันที่ 15 มกราคม–15 กุมภาพันธ์ และแจ้งผลภายในวันที่ 15 พฤษภาคม
ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวเป็นกำหนดการตามระเบียบที่มูลนิธิฯ เผยแพร่ในปัจจุบัน มิใช่การยืนยันกำหนดการรับสมัครปีการศึกษา 2570 ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศรอบใหม่จากเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนส่งใบสมัคร
ผู้สนใจควรเตรียมตัวอย่างไร
นักเรียน ม.3 ที่สนใจทุน ปวช. ควรเริ่มตรวจสอบผลการเรียนย้อนหลัง เตรียมเลือกสาขาวิชาชีพและสถานศึกษาที่อยู่ในเงื่อนไขของทุน รวมทั้งเตรียมเอกสารประจำตัวและเอกสารผลการเรียนไว้ล่วงหน้า
นักเรียน ม.6 หรือผู้เรียน ปวช. ที่ต้องการสมัครทุน ปวส. ควรตรวจสอบว่าผลการเรียนทุกภาคการศึกษาเป็นไปตามเกณฑ์ 2.75 และวางแผนเลือกสาขาวิชาและสถานศึกษาให้ตรงกับประเภทที่มูลนิธิฯ สนับสนุน
สำหรับผู้สมัครระดับปริญญาตรี ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผลการเรียน เพราะเกณฑ์กำหนดไว้ที่ 3.00 ในทุกภาคการศึกษาตามกรณีของผู้สมัคร รวมทั้งควรเตรียมหลักฐานการสมัครหรือการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐให้พร้อม
เอกสารใบสมัครระดับอุดมศึกษาที่มูลนิธิฯ เผยแพร่ยังระบุเอกสารสำคัญ เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ผลการเรียนย้อนหลัง และจดหมายสนับสนุนจากอาจารย์ที่ปรึกษา ดังนั้นผู้สมัครควรตรวจสอบรายการเอกสารในแบบฟอร์มของรอบที่จะสมัครอีกครั้งก่อนจัดส่ง
สำหรับระดับ ปวส. แบบฟอร์มสมัครของมูลนิธิฯ ยังให้ผู้สมัครระบุสาขาที่ต้องการเรียน สถาบันที่ต้องการเข้าศึกษา และความตั้งใจประกอบอาชีพหลังจบการศึกษา จึงควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนกรอกใบสมัคร
ช่องทางสมัครและตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการ
ผู้สนใจควรตรวจสอบข้อมูลจาก เว็บไซต์ทางการของมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ เป็นหลัก เนื่องจากเป็นแหล่งประกาศข้อมูลทุน รายชื่อผู้ได้รับทุน ข่าวกิจกรรม และข้อมูลของมูลนิธิฯ โดยตรง
สำหรับแบบฟอร์มสมัครทุน สามารถเข้าสู่ หน้ารวมใบสมัครและแบบฟอร์มทุนการศึกษา ซึ่งมีแบบฟอร์มแยกสำหรับระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และอุดมศึกษา
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ
ที่อยู่: 22 ถนนสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
ข้อควรระวังก่อนสมัคร
ผู้สมัครไม่ควรยึดเพียงข้อมูลจากโพสต์ประชาสัมพันธ์หรือเว็บไซต์รวบรวมทุน แต่ควรอ่านระเบียบของทุนประเภทที่ต้องการสมัครโดยตรง เพราะแต่ละระดับมีคุณสมบัติ วิธีสมัคร เอกสาร และกำหนดเวลาต่างกัน
โดยเฉพาะเรื่อง “ภูมิลำเนา” ซึ่งเป็นคุณสมบัติทั่วไปที่สำคัญของทุน มูลนิธิฯ ระบุว่าผู้รับทุนต้องมีภูมิลำเนาอยู่นอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
นอกจากนี้ ผู้สมัครควรตรวจสอบเรื่องการรับทุนอื่นพร้อมกัน เพราะทุนหลายระดับกำหนดว่าผู้รับทุนต้องไม่ได้รับทุนการศึกษาอื่นในเวลาเดียวกัน แม้ กยศ. จะได้รับการยกเว้นจากเงื่อนไขดังกล่าวตามระเบียบที่เผยแพร่
ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศรอบใหม่ก่อนส่งเอกสารทุกครั้ง เนื่องจากกำหนดการ จำนวนทุน หรือรายละเอียดการรับสมัครอาจมีการปรับเปลี่ยนได้
สรุปทุนการศึกษาของมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ
ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งทุนที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยครอบคลุมตั้งแต่ ม.ปลาย ปวช. ปวส. จนถึงปริญญาตรี
จุดเด่นคือเป็นทุนให้เปล่า ไม่ต้องใช้ทุนคืน และมีวงเงินตั้งแต่ 5,000 บาทต่อปีสำหรับระดับมัธยมศึกษา 7,000 บาทต่อปีสำหรับ ปวช. 20,000 บาทต่อปีสำหรับ ปวส. และสูงสุด 40,000 บาทต่อปีสำหรับระดับปริญญาตรี
สำหรับนักเรียนต่างจังหวัดที่กำลังวางแผนศึกษาต่อ โดยเฉพาะผู้ที่มีผลการเรียนดีและมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษา ควรเริ่มเตรียมเอกสารและตรวจสอบกำหนดการล่วงหน้า เพราะทุนแต่ละระดับมีช่วงรับสมัครแตกต่างกัน และการพิจารณาให้ทุนเป็นดุลยพินิจของมูลนิธิฯ
บรรณานุกรมและแหล่งข้อมูลทางการ
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ. (ม.ป.ป.). ทุนการศึกษา. เว็บไซต์ข้อมูลทุนการศึกษาของมูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ. (ม.ป.ป.). การสนับสนุนการศึกษา. ข้อมูลการสนับสนุนการศึกษาของมูลนิธิฯ
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ. (ม.ป.ป.). ใบสมัคร/ฟอร์ม. แบบฟอร์มสมัครทุนอย่างเป็นทางการ
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ. (2569). ผลงานปี 2568. สรุปการมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568
มูลนิธิจรูญเอื้อชูเกียรติ. (2569). ประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษาปีการศึกษา 2569. เว็บไซต์ทางการของมูลนิธิฯ
เว็บไซต์ทางการ: www.cefoundation.or.th
#ทุนการศึกษา