ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญด้านการศึกษา เมื่อเด็กไทยจำนวนมากยังขาดแคลนทุนทรัพย์ มีข้อจำกัดในการเรียนต่อ และหลุดออกจากระบบการศึกษา ขณะที่ประเทศไทยยังเปิดรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงดำเนินโครงการความร่วมมือด้านทุนการศึกษาระหว่างประเทศ คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจัดสรรทรัพยากรเพื่อดูแลเด็กไทยที่ขาดโอกาสอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง และควรทบทวนความสมดุลของนโยบายทั้งสองด้านอย่างไร
ข้อมูลที่มีการเผยแพร่โดยอ้างอิงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ปีการศึกษา 2568 มีนักเรียนด้อยโอกาสรวม 3,485,346 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจน 3,461,476 คน สะท้อนถึงภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือเด็กที่ครอบครัวมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถเรียนต่อได้อย่างมีคุณภาพ
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากระบบ Thailand Zero Dropout ของกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า มีกลุ่มเป้าหมายเด็กนอกระบบการศึกษาปีงบประมาณ 2568 จำนวน 603,095 คน แบ่งเป็นเด็กไทย 490,264 คน และเด็กต่างชาติ 112,831 คน โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ระบุว่ามีผู้ได้รับการติดตามแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะที่อีกส่วนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบยังต้องอาศัยทั้งงบประมาณ บุคลากร และมาตรการช่วยเหลือเฉพาะราย ไม่ใช่เพียงการจัดทำฐานข้อมูลหรือรายงานจำนวนเด็กเท่านั้น
นักเรียนต่างชาติในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อมูลที่มีการเผยแพร่โดยอ้างอิงตารางสถิติของ สพฐ. ปีการศึกษา 2569 ระบุว่า มีนักเรียนสัญชาติเมียนมา 116,454 คน กัมพูชา 17,975 คน และลาว 17,955 คน รวมทั้งสิ้น 152,384 คน
ประเด็นที่รัฐบาลควรชี้แจงคือ นักเรียนแต่ละกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณประเภทใด มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาเท่าใด และมีมาตรการจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอกับความต้องการของเด็กไทยและเด็กต่างชาติอย่างไร
ทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา: Thailand Scholarships ปีงบประมาณ 2570
กระทรวง อว. เตรียมเดินหน้าโครงการ Thailand Scholarships ปีงบประมาณ 2570 สนับสนุนทุนแก่ชาวต่างชาติ 3 กลุ่ม ได้แก่ นักศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซียน นักศึกษาต่างชาติทุกสัญชาติ และบุคลากรจาก สปป.ลาวและกัมพูชา ครอบคลุมตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนระยะสั้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศ
ทุนนี้เป็นโครงการตือเนื่องจากโครงการ ASEA-UNINET เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยยุโรปและเอเชีย สนับสนุนทุนปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ แก่นักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา เดิมรัฐบาลออสเตรียสนับสนุนงบประมาณระหว่างปี 2552–2559 ก่อนยุติการสนับสนุนในปี 2560 จากนั้น สป.อว. และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในอาเซียนดำเนินโครงการต่อเนื่อง เพื่อรักษาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศ
คำถามสำคัญ: เด็กไทยที่ขาดโอกาสได้รับการดูแลเพียงพอแล้วหรือยัง?
การให้ทุนแก่นักศึกษาต่างชาติอาจสร้างประโยชน์ด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องดูแลเด็กไทยที่ยังขาดแคลนโอกาสทางการศึกษา
ดังนั้น จึงควรเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. เปิดเผยข้อมูลที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ทั้งงบประมาณที่ใช้กับเด็กยากจนและเด็กนอกระบบ จำนวนทุนการศึกษาที่มอบให้คนไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนผลการดำเนินงานของแต่ละโครงการ
รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่
- เร่งติดตามเด็กไทยที่หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมจัดทำแผนช่วยเหลือให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ได้จริง
- เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทุนและเงินอุดหนุนสำหรับเด็กยากจนและด้อยโอกาส โดยให้ความสำคัญกับการเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา
- เปิดเผยรายละเอียดทุนต่างประเทศ ทั้งจำนวนผู้รับทุน มูลค่าทุน แหล่งงบประมาณ เงื่อนไขการให้ทุน และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ
- ประเมินความคุ้มค่าและผลลัพธ์ของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไม่ลดทอนความสำคัญของการลงทุนพัฒนาคนไทย
- จัดทำข้อมูลการจัดสรรงบประมาณทางการศึกษาที่เปรียบเทียบได้ เพื่อให้สังคมร่วมตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางพัฒนานโยบาย
ถึงเวลาทบทวนการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาอย่างรอบด้าน
ข้อมูลเด็กยากจนกว่า 3.46 ล้านคน และกลุ่มเป้าหมายเด็กนอกระบบการศึกษากว่า 6 แสนคน สะท้อนว่าประเทศไทยยังมีภารกิจสำคัญในการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่เผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศก็อาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ หากมีการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส มีเป้าหมายชัดเจน และประเมินผลได้
คำถามที่รัฐบาลควรตอบให้ชัดจึงไม่ใช่เพียงประเทศไทยควรให้ทุนแก่ใคร แต่คือ งบประมาณด้านการศึกษาที่มีอยู่ได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสมหรือไม่ เด็กไทยที่ยากจนและหลุดจากระบบได้รับความช่วยเหลือเพียงพอแล้วหรือยัง และทุกโครงการทุนสามารถอธิบายประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศได้อย่างไร
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ทบทวนความสมดุลของนโยบาย และเร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และสร้างอนาคตได้อย่างเต็มที่ ควบคู่กับการดำเนินความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศอย่างมีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้
