บริจาคเพื่อการศึกษา ตรวจสอบได้แค่ไหน?

ระเบียบมูลนิธิไทย ช่องโหว่ที่เปิดทางทุจริต และ 5 ขั้นเช็กมูลนิธิทุนการศึกษาก่อนโอนเงิน

ข้อมูล ณ 4 พฤศจิกายน 2569

สรุปใน 30 วินาที

  • จดทะเบียนถูกต้องไม่ได้แปลว่าบริหารโปร่งใส การจดทะเบียนรับรองแค่สถานะทางกฎหมาย ไม่ได้รับประกันว่าเงินจะถึงมือผู้รับ
  • มูลนิธิด้านการศึกษาตั้งได้ด้วยทุนเพียง 200,000 บาท ขณะที่มูลนิธิทั่วไปต้องมี 500,000 บาท
  • ช่องโหว่หลักอยู่ที่การกำกับหลังจดทะเบียน งบการเงินไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ส่งรายงานก็ไม่ถูกบังคับจริงจัง และยังรับบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัวได้
  • ผู้บริจาคเช็กได้เอง 5 ขั้น ผ่านนายทะเบียน ราชกิจจานุเบกษา กรมสรรพากร และสถานศึกษาของผู้รับทุน

1. เกิดอะไรขึ้น

ลำดับเหตุการณ์

  • มูลนิธิที่กำลังถูกร้องเรียนและตรวจสอบ (แห่งที่ 1) ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการโอนเงินบริจาคและการก่อสร้างอาคาร ตำรวจสอบสวนกลางตรวจบัญชีย้อนหลังถึงปี 2562 พบเงินหมุนเวียนเกือบ 1,000 ล้านบาท รมช.มหาดไทยเผยว่ามูลนิธินี้ไม่เคยส่งรายงานประจำปีเลยตั้งแต่จดทะเบียนในปี 2565
  • มูลนิธิที่กำลังถูกร้องเรียนและตรวจสอบ (แห่งอื่น ๆ) มีผู้ยื่นเอกสารร้องเรียนเรื่องธุรกรรมและการเบิกจ่ายต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และต่อสาธารณะ ขณะนี้ยังรอผลตรวจสอบ
  • 3 พ.ย. 2569 นายกรัฐมนตรีสั่งกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คุมเข้มการจดทะเบียนและการเรี่ยไร พร้อมกำชับให้ทุกมูลนิธิส่งรายงานประจำปี วันถัดมา รมช.มหาดไทยประกาศเตรียมแก้กฎกระทรวงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลมูลนิธิ

ข้อควรระวัง

กรมการปกครองและ ปปง. ย้ำว่าข่าวหรือข้อกล่าวหายังไม่ใช่ข้อยุติ และการรับเรื่องร้องเรียนก็ไม่เท่ากับการชี้มูลความผิด จึงควรใช้คำว่า “ถูกร้องเรียน” หรือ “อยู่ระหว่างตรวจสอบ” จนกว่าจะมีผลสอบหรือคำพิพากษา

2. ใครตั้งมูลนิธิได้ และกฎหมายบังคับอะไรบ้าง

บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานรัฐที่ยกทรัพย์สินของตนให้เป็นกองทุน สามารถยื่นจดทะเบียนได้ ในกรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักงานเขต ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110–136 และกฎกระทรวงว่าด้วยการจดทะเบียนมูลนิธิฯ พ.ศ. 2545

เรื่อง หลักเกณฑ์
ทุนตั้งต้น มูลนิธิทั่วไป 500,000 บาท ส่วนด้านการศึกษา สังคมสงเคราะห์ ศาสนา กีฬา และสาธารณภัย 200,000 บาท
กรรมการ อย่างน้อย 3 คน และต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม
ค่าธรรมเนียม 210 บาท
รายงานประจำปี ต้องส่งนายทะเบียนทุกปี ประกอบด้วยรายงานกิจการ บัญชีรายรับรายจ่าย งบดุลที่ผู้สอบบัญชีรับรอง และรายงานการประชุม (กำหนดส่งภายในเดือนมีนาคม ตามคำแนะนำของกรมการปกครอง)
บทลงโทษทางแพ่ง นายทะเบียน อัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย ร้องต่อศาลให้ถอดถอนกรรมการได้ (ม.129) หรือให้สั่งเลิกมูลนิธิได้ (ม.131)
ลดหย่อนภาษี ไม่ได้สิทธิทันทีหลังจดทะเบียน มูลนิธิต้องขอสถานะองค์การสาธารณกุศลจากกรมสรรพากรก่อน และตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ผู้บริจาคต้องบริจาคผ่าน e-Donation จึงจะลดหย่อนได้
เมื่อเลิกมูลนิธิ ห้ามคืนทรัพย์สินให้ผู้ก่อตั้ง ทรัพย์สินต้องโอนให้มูลนิธิอื่น หรือตกเป็นของแผ่นดิน

3. ทำไมทุจริตซ้ำซาก: 6 ช่องโหว่

  1. เข้มตอนเข้า แต่หลวมหลังได้ทะเบียน การตรวจในวันจดทะเบียนรับประกันการบริหารในอีก 5–10 ปีไม่ได้ กรณีล่าสุดไม่ส่งรายงานนานหลายปี แต่ไม่ถูกดำเนินการจนกระทั่งเป็นข่าว
  2. งบการเงินไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ มูลนิธิส่งงบให้นายทะเบียน แต่ผู้บริจาคเปิดดูออนไลน์ไม่ได้
  3. บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีองค์กร รมช.มหาดไทยยอมรับว่ารัฐยังห้ามหรือติดตามการรับบริจาคเข้าบัญชีบุคคลไม่ได้
  4. อำนาจการเงินกระจุกตัว และมีธุรกรรมกับคนใกล้ชิด เช่น คนเดียวทั้งรับเงิน อนุมัติ และคุมบัญชี หรือจ้างบริษัทของเครือญาติโดยไม่เทียบราคา
  5. กฎหมายเรี่ยไรอายุกว่า 80 ปี พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 ไม่มีมาตรการตรวจสอบหลังอนุญาต และไม่รองรับการระดมทุนออนไลน์ ส่วน ปปง. ต้องรอให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ก่อนจึงเข้าตรวจได้
  6. มูลนิธิมาก แต่คนกำกับน้อย และคนบริจาคศรัทธาบุคคลมากกว่าระบบ ไทยมีมูลนิธิราว 15,000 แห่ง แบ่งเป็นนอกกรุงเทพฯ 9,736 แห่ง (ข้อมูลปี 2566) ซึ่งในจำนวนนี้ 1,770 แห่งมีเหตุให้ยกเลิก และในกรุงเทพฯ 5,128 แห่ง (ข้อมูลปี 2569)

4. วงการศึกษา: ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง

รูปแบบ ตัวอย่างที่หน่วยงานรัฐดำเนินการ
มูลนิธิแอบอ้างการศึกษาเพื่อระดมทุน ก.ค. 2568 กองปราบจับประธานมูลนิธิแห่งหนึ่งที่อ้างระดมทุนยกระดับการศึกษา ยอดบริจาคกว่า 1 ล้านบาท
ยักยอกเงินบริจาคของโรงเรียน มี.ค. 2568 ศาลคดีทุจริตฯ ภาค 9 พิพากษาจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียน ตามที่ ป.ป.ช. ชี้มูล
เงินทุนนักเรียนยากจนไม่ถึงมือ ต.ค. 2567 ผู้ปกครองใน จ.ขอนแก่น ร้อง ป.ป.ช. ว่าบุตรมีชื่อเป็นผู้รับทุน แต่ไม่เคยได้รับเงิน
มิจฉาชีพอ้าง “ทุนเรียนต่อ” ก.ย. 2569 นักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก สูญเงินราว 1.78 ล้านบาท

ตัวอย่างที่ดี: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นกองทุนตามกฎหมาย ไม่ใช่มูลนิธิเอกชน และเผยแพร่รายงานการเงินกับรายงานประจำปีให้ประชาชนตรวจได้ จึงใช้เป็นมาตรฐานเทียบได้ว่ามูลนิธิทุนการศึกษาควรเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง

5. เช็ก 5 ขั้น ก่อนบริจาคทุนการศึกษา

ขั้น ตรวจอะไร ตรวจที่ไหน
1. ตัวตน ชื่อเต็ม เลขทะเบียน วันจดทะเบียน และที่ตั้ง (อย่าเชื่อแค่ชื่อเพจ) นายทะเบียน ณ เขตหรืออำเภอ สายด่วน 1548 หรือราชกิจจานุเบกษา
2. วัตถุประสงค์และกรรมการ จดทะเบียนเพื่อการศึกษาจริงหรือไม่ ใครเป็นกรรมการ และใครมีอำนาจลงนาม ข้อบังคับมูลนิธิ หรือสอบถามนายทะเบียน
3. งบการเงิน ขอดูงบปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีรับรอง แล้วเทียบยอดรับบริจาคกับยอดมอบทุนและค่าบริหาร ขอจากมูลนิธิ และถามนายทะเบียนว่ามูลนิธิส่งรายงานหรือไม่
4. ทุนถึงเด็กจริง จำนวนผู้รับทุน เงินต่อทุน เกณฑ์คัดเลือก และโรงเรียนที่ร่วมโครงการ โทรยืนยันกับฝ่ายทุนของสถานศึกษาโดยตรง
5. เส้นทางเงิน โอนเข้าบัญชีชื่อมูลนิธิเท่านั้น ขอใบเสร็จทุกครั้ง และเลือกบริจาคผ่าน e-Donation เมื่อทำได้ rd.go.th (รายชื่อองค์การสาธารณกุศลและระบบ e-Donation)

รู้ไว้: การที่มูลนิธิอยู่ในระบบ e-Donation หรือได้สิทธิลดหย่อนภาษี ช่วยยืนยันสถานะและเก็บบันทึกการบริจาคไว้ แต่ไม่ได้แปลว่ากรมสรรพากรรับรองว่าไม่มีทุจริต สำหรับนักเรียนที่สมัครทุน ขอให้จำไว้ว่าทุนจริงไม่เรียกเก็บเงินก่อน

สัญญาณเตือน: หยุดก่อนโอน

  • ให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคล หรือแสดงเลขทะเบียนไม่ได้
  • ประกาศยอดบริจาคสูง แต่ไม่เคยรายงานการใช้เงินหรือจำนวนผู้รับทุน
  • ไม่ระบุโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการ และไม่มีเกณฑ์คัดเลือกผู้รับทุน
  • ใช้ภาพเด็กยากจนเร่งเร้าให้บริจาค แต่ตอบไม่ได้ว่าเงินไปช่วยใคร หรือปฏิเสธการออกใบเสร็จ

6. พบความผิดปกติ แจ้งที่ไหน

เรื่อง หน่วยงาน
ทะเบียน กรรมการ การไม่ส่งรายงาน หรือการทำผิดวัตถุประสงค์ นายทะเบียน กรมการปกครอง (1548) หรือศูนย์ดำรงธรรม (1567)
หลอกลวง ฉ้อโกง หรือยักยอกเงินบริจาค สถานีตำรวจ หรือแจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th
ถูกหลอกออนไลน์ และต้องอายัดบัญชีด่วน สายด่วน 1441
คดีซับซ้อนหรือมูลค่าสูง หรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หรือ ปปง.
เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคลากรโรงเรียนรัฐเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

หลักฐานที่ควรเตรียม ได้แก่ ภาพประกาศรับบริจาค สลิปโอน ชื่อบัญชี ใบเสร็จ และคำชี้แจงของมูลนิธิ โดยแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสงสัยให้ชัดเจน

7. ข้อเสนอเพื่อยกระดับความโปร่งใส

  • รัฐควรมีฐานข้อมูลมูลนิธิทุนการศึกษาที่เปิดให้ประชาชนดูเลขทะเบียน รายชื่อกรรมการ และงบการเงินได้ทางออนไลน์
  • มูลนิธิที่ระดมทุนจากประชาชนควรรายงานทุกปีว่าได้รับบริจาคเท่าไร มอบทุนกี่ทุน ให้ผู้รับกี่คน และใช้เป็นค่าบริหารเท่าไร โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อเด็ก
  • ให้สถานศึกษาร่วมรับรองการคัดเลือกและยืนยันการรับทุน เพื่อป้องกันรายชื่อผู้รับทุนที่ไม่มีอยู่จริง

หลักคิด 3 ข้อก่อนบริจาค

จดทะเบียนถูกต้อง + บัญชีโปร่งใส + มีหลักฐานผู้รับทุนจริง ต้องครบทั้งสามข้อจึงควรบริจาค เป้าหมายไม่ใช่ให้ผู้คนหมดศรัทธา แต่ให้บริจาคอย่างมีข้อมูล เพื่อให้มูลนิธิที่ทำงานสุจริตยังได้รับการสนับสนุนต่อไป

แหล่งอ้างอิง

 

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *