เปิดรับสมัคร “โครงการช้างเผือก 2570” กองทัพอากาศ รับ 30 คน GPAX 3.50 ขึ้นไป รับเงินสนับสนุน 38,000 บาท เช็กคุณสมบัติ–เกณฑ์สอบ–กำหนดการครบทุกขั้นตอน

สำนักข่าวการศึกษาไทย

กองทัพอากาศเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าร่วม โครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนชายที่มีผลการเรียนดี มีความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ ได้เข้าสู่เส้นทางการคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ โดยปีนี้กำหนดรับจำนวน 30 คน เปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 22 พฤศจิกายน 2569

จุดเด่นของโครงการคือ ผู้ผ่านเกณฑ์โครงการช้างเผือกและเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ ประจำปีการศึกษา 2570 จะได้รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายระหว่างศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ คนละ 38,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ผ่านการสอบวิชาการยังได้รับการยกเว้นค่าตรวจร่างกายทางการแพทย์ในการสอบคัดเลือก และได้รับคำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบรอบสอง

ผู้สนใจต้องศึกษาระเบียบการให้ครบถ้วน โดยเฉพาะคุณสมบัติด้านอายุ สัญชาติ ผลการเรียน สุขภาพ และเกณฑ์การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เพราะการผ่านเกณฑ์คะแนนวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารโดยอัตโนมัติ

1. รายละเอียดโครงการและสิทธิประโยชน์

โครงการช้างเผือกดำเนินการโดยโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช เพื่อสนับสนุนและเปิดโอกาสให้นักเรียนชายที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 ซึ่งมีผลการเรียนดีและมีความพร้อม สมัครเข้ารับการคัดเลือกตามระเบียบที่กำหนด

รายละเอียดสำคัญมีดังนี้

  • จำนวนที่รับ: 30 คน
  • ระดับผู้สมัคร: นักเรียนชายที่กำลังศึกษาชั้น ม.4–ม.6 ตามเงื่อนไขของแต่ละระดับชั้น
  • เกณฑ์ผลการเรียน: คะแนนเฉลี่ยหรือคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 3.50 ตามเงื่อนไขของระดับชั้น
  • เงินสนับสนุน: คนละ 38,000 บาท สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์โครงการและเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ ประจำปีการศึกษา 2570
  • สิทธิประโยชน์ด้านการตรวจร่างกาย: ยกเว้นค่าตรวจร่างกายทางการแพทย์ในการสอบคัดเลือกสำหรับผู้ผ่านการสอบวิชาการ
  • การเตรียมความพร้อม: ได้รับคำแนะนำในการสอบรอบสองและเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ

ทั้งนี้ ระเบียบระบุว่า หากรับผู้ผ่านโครงการช้างเผือกได้ไม่ครบ 30 คน จำนวนที่เหลือจะนำไปเพิ่มให้กับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศตามกระบวนการที่กำหนด

ข้อควรทราบเรื่องเงินสนับสนุน: จำนวน 38,000 บาทเป็นเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายขณะศึกษา ณ โรงเรียนเตรียมทหารตามที่ระเบียบระบุ ไม่ควรตีความว่าเป็นเงินรายเดือนหรือเงินที่ได้รับตลอดหลักสูตร และไม่ควรสรุปว่าเป็นทุนเต็มจำนวนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกประเภท เนื่องจากเอกสารที่ใช้ตรวจสอบไม่ได้ระบุรายละเอียดดังกล่าวไว้ในส่วนสิทธิประโยชน์ที่กล่าวถึง

2. คุณสมบัติผู้สมัคร ต้องตรวจสอบให้ครบทุกข้อ

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของโครงการ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

ด้านการศึกษา

เป็นนักเรียนชายที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดพื้นที่สถานศึกษา และต้องมีผลการเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด

  • ผู้กำลังเรียน ม.4 ปีการศึกษา 2569: ต้องมีคะแนนเฉลี่ยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ไม่น้อยกว่า 3.50 และหากผ่านโครงการจะต้องสำเร็จการศึกษาชั้น ม.4 ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการก่อนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
  • ผู้กำลังเรียน ม.5 ปีการศึกษา 2569: ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 3 ภาคเรียนไม่น้อยกว่า 3.50 ได้แก่ ม.4 ปีการศึกษา 2568 และ ม.5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
  • ผู้กำลังเรียน ม.6 ปีการศึกษา 2569: ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียนไม่น้อยกว่า 3.50 ได้แก่ ม.4 ปีการศึกษา 2567 ม.5 ปีการศึกษา 2568 และ ม.6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569

ด้านอายุ

ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี และไม่เกิน 18 ปี ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ โดยระเบียบกำหนดช่วงวันเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554

ด้านสัญชาติและครอบครัว

ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด และบิดามารดาต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อย่างไรก็ตาม ระเบียบมีข้อยกเว้นกรณีบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด โดยมารดาอาจไม่ใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดได้

ด้านสุขภาพและร่างกาย

ต้องมีอวัยวะ รูปร่าง และการเจริญเติบโตสมส่วนกับอายุ สุขภาพสมบูรณ์ และไม่เป็นโรคหรือมีภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการบรรจุเข้ารับราชการ โดยต้องผ่านเกณฑ์การตรวจตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ก ของระเบียบ

ด้านความประพฤติและเงื่อนไขอื่น

ผู้สมัครต้องเป็นชายโสด มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีอุดมการณ์เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูแลรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  • ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
  • ไม่เคยต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่กรณีความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  • ไม่เคยถูกให้ออกหรือไล่ออกจากโรงเรียนทหารหรือโรงเรียนตำรวจเพราะความผิด และไม่เคยถูกถอนทะเบียนจากการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
  • ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติดหรือสิ่งเสพติดที่ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • บิดา มารดา และผู้ปกครองต้องมีอาชีพอันชอบธรรมหรือมีหลักฐาน
  • ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองให้สมัคร
  • มีผู้ปกครองหรือผู้ค้ำประกันที่สามารถรับรองข้อความและพันธกรณีตามที่กองทัพไทยกำหนด
  • ไม่มีพันธกรณีกับองค์กรของรัฐบาลหรือเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

ระเบียบระบุด้วยว่า หากภายหลังปรากฏว่าคุณสมบัติหรือข้อความที่แจ้งไว้ไม่เป็นความจริง ผู้สมัครอาจต้องพ้นจากการเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศทันที จึงควรตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนสมัคร

3. วิธีสมัคร ค่าสมัคร และวันปิดระบบ

ผู้สมัครต้องสมัครผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียวที่เว็บไซต์

http://www.preadmission.nkrafa.com

กำหนดการสมัครมีดังนี้

  • เปิดรับสมัคร: วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569
  • ปิดรับสมัคร: วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.00 น.
  • วันสุดท้ายของการชำระเงิน: วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2569 เวลา 23.59 น.
  • ค่าสมัครสอบ: 500 บาท

การชำระเงินสามารถทำผ่านจุดบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส ตู้ Kiosk หรือแอปพลิเคชัน Counter Service ตามวิธีที่ระเบียบกำหนด โดยต้องใช้แบบฟอร์มชำระเงินพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัคร

ข้อสำคัญ: การกรอกใบสมัครอย่างเดียวไม่ถือว่าการสมัครสมบูรณ์ ผู้สมัครต้องชำระเงินเรียบร้อยแล้วจึงจะถือว่าสมัครสำเร็จ และระเบียบระบุว่าจะไม่คืนค่าธรรมเนียมการสมัครไม่ว่ากรณีใด

หลังชำระเงินแล้ว สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร สถานที่สอบ และพิมพ์บัตรประจำตัวสอบได้จากเว็บไซต์รับสมัคร

4. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ผ่านการสอบวิชาการ

ผู้ที่ผ่านการสอบวิชาการและต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้าสอบรอบสอง ต้องยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชตามที่ระบุในระเบียบ ได้แก่

  1. หนังสือรับรองผลการศึกษา ปพ.7 ซึ่งแสดงระดับชั้นที่กำลังศึกษาอยู่
  2. ใบระเบียนแสดงผลการศึกษา ปพ.1 ซึ่งแสดงผลการเรียนตามจำนวนภาคเรียนที่กำหนดสำหรับแต่ละระดับชั้น
  3. สำเนาสูติบัตรของผู้สมัคร
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดา และมารดาผู้ให้กำเนิด อย่างละ 1 ฉบับ
  5. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล หากผู้สมัคร บิดา หรือมารดาเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล
  6. กรณีบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรมและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องมีใบมรณบัตรและหนังสือราชการที่แสดงสัญชาติของบิดาหรือมารดา
  7. กรณีปู่ ย่า ตา หรือยายไม่มีสัญชาติไทย ต้องยื่นหลักฐานตามที่ระเบียบกำหนด เช่น สำเนาสูติบัตรของบิดาหรือมารดา หรือหนังสือรับรองจากนายทะเบียนท้องที่ที่ยืนยันสัญชาติไทยโดยการเกิดของบิดาหรือมารดา

เอกสารตามที่ระเบียบระบุจะต้องรับรองสำเนาถูกต้องและลงวันที่กำกับทุกฉบับ ผู้สมัครควรตรวจสอบแบบฟอร์มในภาคผนวก ข-1 และ ข-2 ของเอกสารต้นฉบับก่อนยื่นจริง

5. สอบวิชาการ 700 คะแนน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง

การสอบวิชาการครอบคลุมเนื้อหาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และหลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายชั้น ม.4 โดยแบ่งเป็น 4 วิชา ใช้เวลาสอบรวม 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 700 คะแนน

วิชา คะแนนเต็ม
วิทยาศาสตร์ 240
คณิตศาสตร์ 240
ภาษาอังกฤษ 120
ภาษาไทยและสังคมศึกษา 100
รวม 700

ภาษาอังกฤษ 120 คะแนน ครอบคลุม Reading, Comprehension, Vocabulary, Grammar, Structure, Expression และ Conversation ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและ ม.4

ภาษาไทยและสังคมศึกษา 100 คะแนน ครอบคลุมการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด หลักการใช้ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม รวมถึงศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม การดำเนินชีวิตในสังคม เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ความรู้รอบตัว ข่าว เหตุการณ์ปัจจุบัน และศาสตร์พระราชา

วิทยาศาสตร์ 240 คะแนน ครอบคลุมเนื้อหาระดับ ม.3 และ ม.4 เช่น วิทยาศาสตร์คำนวณ ปฏิกิริยาเคมี การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎการเคลื่อนที่ งานและพลังงาน โมเมนตัมและการชน โครงสร้างโลก ดาราศาสตร์เบื้องต้น ความปลอดภัยและทักษะปฏิบัติการเคมี อะตอมและตารางธาตุ พันธะเคมี โมลและสูตรเคมี สารละลาย ปริมาณสัมพันธ์ ตลอดจนปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาและธรณีประวัติ

คณิตศาสตร์ 240 คะแนน ครอบคลุมเนื้อหาระดับ ม.3 และ ม.4 เช่น อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแยกตัวประกอบพหุนาม สมการกำลังสอง ความคล้าย กราฟฟังก์ชันกำลังสอง สถิติ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร วงกลม พีระมิด กรวยและทรงกลม ความน่าจะเป็น อัตราส่วนตรีโกณมิติ เซต ตรรกศาสตร์ หลักการนับเบื้องต้น จำนวนจริง ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล ฟังก์ชันลอการิทึม และเรขาคณิตวิเคราะห์

เกณฑ์ผ่านรอบวิชาการ

ผู้สมัครต้องได้คะแนนรวมวิชาการไม่น้อยกว่า 350 คะแนน จากคะแนนเต็ม 700 คะแนน และจะคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 60 คน เรียงตามคะแนนรวมจากมากไปน้อย

กรณีคะแนนรวมเท่ากัน จะพิจารณาคะแนนรายวิชาตามลำดับ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

การได้คะแนนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจึงยังไม่รับประกันว่าจะได้รับเลือกเข้าสู่รอบสอง เพราะจำนวนผู้ผ่านรอบวิชาการกำหนดไว้ 60 คน และต้องเรียงลำดับตามเกณฑ์ของโครงการ

6. การสอบรอบสอง คะแนนรวม 200 คะแนน

ผู้มีสิทธิ์เข้าสอบรอบสองต้องเป็นผู้ผ่านการสอบวิชาการและรายงานตัวตามกำหนด โดยการคัดเลือกประกอบด้วยการทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย การตรวจร่างกายและทดสอบสุขภาพจิต การสอบพลศึกษา และการสอบสัมภาษณ์

การทดสอบความถนัดมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพื่อประเมินความสามารถทางการรู้คิดและศักยภาพเฉพาะด้าน ส่วนการทดสอบวิภาววิสัยใช้ประกอบการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม และลักษณะนิสัย

การสอบพลศึกษามีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ขณะที่การตรวจร่างกาย การทดสอบสุขภาพจิต และการสอบสัมภาษณ์ใช้เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่านตามระเบียบ

การจัดลำดับผู้ผ่านรอบสองจะนำคะแนนวิชาการรวมกับคะแนนพลศึกษาและคะแนนทดสอบความถนัด แล้วเรียงจากมากไปน้อย โดยผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์ด้านร่างกาย สุขภาพจิต และพลศึกษาด้วย หากคะแนนรวมเท่ากัน จะพิจารณาผู้ที่ได้คะแนนวิชาการสูงกว่าเป็นลำดับแรก และเปรียบเทียบคะแนนรายวิชาตามลำดับที่กำหนด

8 สถานีทดสอบพลศึกษา

ผู้สมัครต้องเข้าทดสอบครบทุกสถานี หากขาดสถานีใดสถานีหนึ่งหรือทำได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในสถานีนั้น จะถือว่าสอบตก แต่ยังสามารถทดสอบให้ครบทั้ง 8 สถานีตามขั้นตอนที่กำหนดได้

สถานี การทดสอบ เกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ
1 นั่งงอตัว ไม่น้อยกว่า 1 เซนติเมตร
2 ยืนกระโดดไกล ไม่น้อยกว่า 191 เซนติเมตร
3 ลุก-นั่ง 30 วินาที ไม่น้อยกว่า 11 ครั้ง
4 วิ่งเก็บของ ไม่เกิน 12.40 วินาที
5 วิ่ง 50 เมตร ไม่เกิน 8.50 วินาที
6 ดึงข้อราวเดี่ยว ไม่น้อยกว่า 9 ครั้ง
7 วิ่ง 1,000 เมตร ไม่เกิน 5.22 นาที
8 ว่ายน้ำ 50 เมตร ไม่เกิน 80 วินาที

เกณฑ์คะแนนเต็มและคะแนนระหว่างระดับแสดงอยู่ในภาคผนวก ง ของระเบียบ ซึ่งผู้สมัครสามารถใช้วางแผนฝึกซ้อมล่วงหน้าได้ โดยควรให้ความสำคัญทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความคล่องแคล่ว ความเร็ว และความทนทาน

สำหรับการสอบพลศึกษา ผู้สมัครต้องเตรียมเสื้อยืดคอกลมสีขาวที่ไม่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ของสถาบัน กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำหรือสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบ และถุงเท้าสีขาวหรือสีดำ พร้อมบัตรประจำตัวสอบและบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ นอกจากนี้ ต้องเตรียมกางเกงว่ายน้ำและอุปกรณ์ เช่น หมวกว่ายน้ำและแว่นตาว่ายน้ำ โดยห้ามใช้กางเกงชั้นในแทนกางเกงว่ายน้ำ

7. การตรวจร่างกายและสุขภาพจิต

ผู้เข้าสอบรอบสองต้องผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานที่กองทัพอากาศกำหนด โดยพิจารณาความสมบูรณ์ของร่างกาย รูปร่าง การเจริญเติบโต และโรคหรือภาวะที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการเข้ารับราชการ

ระเบียบกำหนดเกณฑ์พื้นฐานด้านส่วนสูง น้ำหนัก และขนาดทรวงอกไว้ในภาคผนวก ก ดังนี้

  • อายุ 16 ปี: ส่วนสูงไม่น้อยกว่า 159 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 47 กิโลกรัม ขนาดทรวงอกขณะหายใจเข้าไม่น้อยกว่า 76 เซนติเมตร และขณะหายใจออกไม่น้อยกว่า 73 เซนติเมตร
  • อายุ 17 ปีขึ้นไป: ส่วนสูงไม่น้อยกว่า 161 เซนติเมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 49 กิโลกรัม ขนาดทรวงอกขณะหายใจเข้าไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร และขณะหายใจออกไม่น้อยกว่า 74 เซนติเมตร

นอกจากเกณฑ์ข้างต้น ผู้สมัครต้องมีร่างกายได้สัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ปกติ และต้องผ่านการตรวจโรคและภาวะต่าง ๆ ตามรายละเอียดในภาคผนวก ก ของระเบียบ จึงควรอ่านรายการโรคและข้อกำหนดทางการแพทย์ฉบับเต็ม ไม่ควรพิจารณาเพียงส่วนสูงและน้ำหนักเท่านั้น

ผลการตรวจร่างกายที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการซึ่งกองทัพอากาศแต่งตั้งถือเป็นเด็ดขาด ระเบียบไม่รับพิจารณาผลตรวจจากสถานพยาบาลอื่นแทน

ข้อปฏิบัติก่อนตรวจร่างกาย ได้แก่ งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนก่อนวันตรวจ โดยดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ งดรับประทานยากระตุ้นกำลัง ยาลดน้ำหนัก หรือยาแก้ไอที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด และหากมีค่าสายตาผิดปกติให้สวมแว่นที่แก้ไขการมองเห็นระยะไกลได้ชัดที่สุด ห้ามใส่คอนแทคเลนส์มาตรวจสายตา รวมถึงห้ามใช้คอนแทคเลนส์ชนิดกดกระจกตาเพื่อปรับสายตาก่อนตรวจ

ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวและการตรวจสุขภาพจิตในระเบียบอย่างเคร่งครัด

8. การสอบสัมภาษณ์ พิจารณาความเหมาะสมในการเป็นนายทหาร

การสอบสัมภาษณ์ใช้เกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน โดยพิจารณาลักษณะ รูปร่าง ท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจ ความว่องไว ปฏิภาณไหวพริบ สภาพจิตใจ และความเหมาะสมที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร

หัวข้อประเมินที่ระบุในระเบียบประกอบด้วย

  1. บุคลิกลักษณะและความสามารถ
  2. ความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทัศนคติต่อการเป็นทหาร
  3. ความเป็นทหารอากาศ
  4. ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและกองทัพอากาศ

ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยชุดนักเรียนหรือชุดเครื่องแบบสถาบัน พร้อมบัตรประจำตัวสอบและบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่

9. กำหนดการรับสมัครและสอบทุกขั้นตอน

กำหนดการ วันและเวลา สถานที่
รับสมัครออนไลน์ 27 ต.ค. – 22 พ.ย. 2569 ปิด 16.00 น. เว็บไซต์รับสมัคร
ชำระเงินค่าสมัคร ภายใน 23 พ.ย. 2569 เวลา 23.59 น. Counter Service ตามช่องทางที่กำหนด
สอบวิชาการ 5 ธ.ค. 2569 เวลา 09.00–12.00 น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี
ประกาศผลวิชาการออนไลน์ 8 ธ.ค. 2569 เว็บไซต์โครงการและเว็บไซต์โรงเรียน
รายงานตัวผู้ผ่านวิชาการ 10 ธ.ค. 2569 เวลา 07.00–08.00 น. โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช จ.สระบุรี
ทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย พร้อมรับฟังคำชี้แจง 10 ธ.ค. 2569 เวลา 08.00–18.00 น. โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช จ.สระบุรี
สอบพลศึกษา 11 ธ.ค. 2569 เวลา 08.00–12.00 น. ตามสถานที่และคำชี้แจงของโครงการ
ตรวจร่างกายทางการแพทย์ 12 ธ.ค. 2569 เวลา 08.00–16.00 น. สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ กรุงเทพฯ
สอบสัมภาษณ์ 13 ธ.ค. 2569 เวลา 08.00–16.00 น. พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ กรุงเทพฯ
ประกาศผลสอบรอบสองออนไลน์ 17 ธ.ค. 2569 เว็บไซต์โครงการและเว็บไซต์โรงเรียน
รายงานตัวและทำสัญญารับทุน 26 ธ.ค. 2569 รายงานตัว 08.00–09.00 น. ทำสัญญา 09.00–12.00 น. โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช จ.สระบุรี

กำหนดการข้างต้นอ้างอิงจากเอกสารระเบียบการโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 โดยขั้นตอนประกาศผลและทำสัญญาเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ จะเป็นไปตามกำหนดการคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารที่เกี่ยวข้อง ผู้สมัครต้องติดตามประกาศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

10. ข้อปฏิบัติในวันสอบและเหตุที่อาจทำให้หมดสิทธิ์

ผู้สมัครสอบวิชาการต้องแต่งกายด้วยชุดนักเรียนหรือชุดเครื่องแบบสถาบัน และห้ามสวมรองเท้าแตะ ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและมีรูปถ่ายชัดเจน พร้อมบัตรประจำตัวสอบที่พิมพ์สี มีรูปถ่าย เลขประจำตัวสอบ ชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และลายมือชื่อครบถ้วน

อุปกรณ์ที่อนุญาตให้ใช้ในห้องสอบ ได้แก่ ดินสอดำชนิด 2B หรือเข้มกว่า และยางลบดินสอ ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องบันทึกภาพหรือเสียง นาฬิกาข้อมือ เครื่องมือบอกเวลา และอุปกรณ์คำนวณทุกชนิดเข้าห้องสอบ

เหตุที่ทำให้หมดสิทธิ์ในการสอบตามระเบียบ ได้แก่

  • เข้าห้องสอบหรือเข้าสอบรอบสองช้ากว่าเวลาเริ่มต้นเกิน 20 นาที
  • ขาดสอบวิชาการชุดวิชาใดวิชาหนึ่ง
  • ขาดการทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย การตรวจร่างกายและสุขภาพจิต การสอบพลศึกษา หรือการสอบสัมภาษณ์ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง
  • ทุจริตหรือช่วยเหลือผู้อื่นทุจริต เช่น สื่อสารกับผู้สมัครอื่น ลอกคำตอบ แลกกระดาษคำตอบ หรือนำอุปกรณ์ต้องห้ามเข้าห้องสอบ
  • คัดลอกหรือนำข้อสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบ
  • ไม่มีเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในวันสอบ
  • ปลอมแปลงเอกสาร หรือไม่มีคุณสมบัติตามระเบียบ

หากบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่สูญหาย ผู้สมัครต้องแจ้งความพร้อมบันทึกเอกสารสำคัญหาย ณ สถานีตำรวจ และนำหลักฐานมาแสดงต่อกรรมการคุมสอบตามที่ระเบียบกำหนด

11. การประกาศผลและการตรวจสอบคะแนน

การประกาศผลสอบวิชาการจะคัดผู้ผ่านจำนวน 60 คน ส่วนการประกาศผลสอบรอบสองจะคัดผู้ผ่านโครงการช้างเผือกจำนวน 30 คน ตามเกณฑ์และการเรียงลำดับคะแนนที่กำหนด

ผู้สมัครสามารถติดตามผลสอบได้จากเว็บไซต์

สำหรับการตรวจสอบคะแนนวิชาการรายบุคคล ระเบียบกำหนดช่วงเวลาตั้งแต่วันพุธที่ 17 มีนาคม 2570 ถึงวันศุกร์ที่ 30 เมษายน 2570 ผ่านเว็บไซต์รับสมัคร

ผู้สมัครมีหน้าที่ติดตามประกาศของโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชด้วยตนเอง หากเห็นว่าประกาศผลสอบทำให้เสียสิทธิ์ สามารถอุทธรณ์ต่อผู้บัญชาการโรงเรียนภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศ โดยต้องทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายประกอบ

12. ทำสัญญารับทุนและคำเตือนจากหน่วยงาน

ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกและได้รับการจัดเป็นตัวจริงต้องมารายงานตัวและทำสัญญารับทุนโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 ภายใต้เงื่อนไขที่กองทัพอากาศกำหนด

ระเบียบเตือนให้ผู้สมัครและผู้ปกครองอ่านรายละเอียดทั้งหมดให้เข้าใจ ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารก่อนสมัคร และติดตามประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพราะระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามคำสั่งหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ หน่วยงานระบุว่าการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศดำเนินการโดยคณะกรรมการระดับสูงของกองทัพอากาศ ไม่มีบุคคลใดสามารถรับประกันการช่วยเหลือให้สอบเข้าได้ ผู้สมัครควรระวังผู้แอบอ้างว่าสามารถช่วยให้ผ่านการคัดเลือก และแจ้งข้อมูลผู้แอบอ้างต่อหน่วยงานตามช่องทางที่ระบุ

ช่องทางสมัครและสอบถามข้อมูล

ผู้สนใจสมัครโครงการช้างเผือก ประจำปีการศึกษา 2570 สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์

http://www.preadmission.nkrafa.com

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมัครและการสอบคัดเลือกได้ที่ กองสถิติและประเมินผล โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช โทรศัพท์ 02-534-6000 ต่อ 48651 ในวันและเวลาราชการ

สรุป: โครงการช้างเผือก 2570 เปิดรับ 30 คน สำหรับนักเรียนชาย ม.4–ม.6 ที่มีผลการเรียนตามเกณฑ์ GPAX 3.50 ขึ้นไป มีเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายขณะศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารคนละ 38,000 บาท และมีสิทธิประโยชน์ด้านการยกเว้นค่าตรวจร่างกายตามเงื่อนไขที่ระบุ ผู้สมัครต้องเตรียมตัวสอบวิชาการ 700 คะแนน ทดสอบพลศึกษา 8 สถานี ผ่านการตรวจร่างกายและสุขภาพจิต ตลอดจนการสัมภาษณ์ตามเกณฑ์ของกองทัพอากาศ

#สำนักข่าวการศึกษาไทย #โครงการช้างเผือก #รับสมัครนักเรียนเตรียมทหาร #กองทัพอากาศ #ทุนการศึกษา2570

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *