มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (PMSF) จัดสรรทุนการศึกษาให้คนไทยรวมแล้วกว่า 30,316 ทุน หนุนเยาวชนขาดแคลน พร้อมสร้างบุคลากรระดับสูงเพื่อพัฒนาประเทศ

การศึกษาคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และขับเคลื่อนประเทศ แต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและพื้นที่ห่างไกลยังคงเป็นข้อจำกัดหลักของเยาวชนจำนวนมาก การมีโครงการทุนการศึกษาที่ครอบคลุมและมีเป้าหมายชัดเจน จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความเสมอภาค และนำความรู้ความเชี่ยวชาญกลับไปพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ดังเช่นการมอบทุนการศึกษาโดยมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (PMSF) กับปณิธาน “เพื่อการศึกษาของชาติ”
มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (Princess Maha Chakri Sirindhorn Foundation: PMSF) เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยผ่านการมอบทุนการศึกษา เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างบุคลากรระดับสูงด้านการวิจัยและการพัฒนาประเทศ
ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2522 ในมงคลวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาจารึกภาษาตะวันออก) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดพิมพ์หนังสือรวมพระฉายาลักษณ์ออกจำหน่าย นำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นกองทุนเริ่มแรกเพื่อเก็บดอกผลพระราชทานเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ขัดสนตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อทุนว่า “ทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา”
ต่อมา เมื่อมีผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นองค์กรนิติบุคคลในนาม “มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา” โดยทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ มีคำขวัญประจำมูลนิธิว่า “เพื่อการศึกษาของชาติ” และมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ:
เพื่อให้ทุนอุดหนุนการศึกษา แก่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกระดับการศึกษา
เพื่อร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ ผ่านการจัดพิมพ์หนังสือวิชาการ หนังสือพระราชนิพนธ์ ตลอดจนการจัดทัศนศึกษาและกิจกรรมส่งเสริมความรู้
ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ประการใด
เผย 3 โครงการทุนการศึกษาหลักของมูลนิธิฯ และช่วงเวลาการรับสมัคร
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึง พ.ศ. 2565 มูลนิธิฯ ได้จัดสรรทุนการศึกษารวมแล้วกว่า 30,316 ทุน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 482,665,465.86 บาท โดยแบ่งออกเป็น 3 โครงการสำคัญ ดังนี้:
1. ทุนในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
มุ่งสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อให้เยาวชนที่มีความตั้งใจเรียนได้รับสิทธิในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกกระบวนการรับสมัคร คุณสมบัติ และระบบการให้ทุน “ทุนในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”
(อ้างอิงเอกสารทางการ: ตราสารและระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และ คู่มือการจัดสรรทุนการศึกษาฝ่ายกิจการนักศึกษา สถาบันการศึกษาเครือข่าย)
1. ความเป็นมาและเป้าหมายของทุน
เริ่มดำเนินการ: ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
จำนวนทุนที่จัดสรรแล้ว: กว่า 30,000 ทุน รวมเป็นเงินกว่า 480 ล้านบาท
กลุ่มเป้าหมาย: นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ครอบครัวประสบปัญหาความเดือดร้อน มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่ระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา (ปวช./ปวส.) จนถึงระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี)
2. คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน
ด้านสัญชาติและฐานะทางเศรษฐกิจ: เป็นผู้มีสัญชาติไทย ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา ครอบครัวมีรายได้น้อย หรือประสบภาวะยากลำบาก
ด้านความประพฤติและผลการเรียน: มีความประพฤติเรียบร้อย มีความขยันหมั่นเพียร และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่สถานศึกษากำหนด (โดยทั่วไปไม่ต่ำกว่า 2.00–2.50 ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา)
ด้านข้อผูกพัน: เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่มีข้อผูกมัดในการใช้คืนเงินทุน แต่มุ่งหวังให้ผู้ได้รับทุนตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพและทำประโยชน์แก่สังคม
3. ช่องทางและกระบวนการรับสมัคร (ระบบเสนอชื่อผ่านสถานศึกษา)
เนื่องจากเป็นทุนขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มูลนิธิฯ จึงไม่ได้เปิดให้ยื่นใบสมัครโดยตรงที่สำนักงานมูลนิธิฯ แต่ใช้ ระบบกระจายสิทธิ์และเสนอชื่อผ่านสถาบันการศึกษา ตามขั้นตอนดังนี้:
การคัดเลือกขั้นต้นโดยสถานศึกษา/มหาวิทยาลัย:
ฝ่ายกิจการนักเรียน/ฝ่ายกิจการนักศึกษา ของโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย จะทำหน้าที่ประกาศรับสมัครภายในสถานศึกษา ช่วงต้นปีการศึกษา (ประมาณเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม)
ครูแนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษาจะทำการตั้งคณะกรรมการสำรวจ สัมภาษณ์ และตรวจสอบคุณสมบัติความเดือดร้อนจริงของผู้สมัคร
การจัดทำหนังสือส่งตัวและเอกสาร:
สถานศึกษาจะจัดทำหนังสือรับรอง ประวัติผู้ขอรับทุน ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) และหนังสือนำส่งลงนามโดยผู้อำนวยการโรงเรียนหรืออธิการบดีมหาวิทยาลัย ถึง “เลขาธิการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา”
การอนุมัติและการมอบทุน:
คณะกรรมการมูลนิธิฯ จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณทุนการศึกษาไปยังสถานศึกษา หรือโอนเข้าบัญชีผู้ได้รับทุนโดยตรงเป็นรายภาคเรียน/รายปีการศึกษา
รายการเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
ใบสมัครขอรับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ (รับได้ที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา/ครูแนะแนว) พร้อมรูปถ่าย
หนังสือรับรองความเดือดร้อนและหนังสือนำส่งจากผู้บริหารสถานศึกษา
ใบแสดงผลการเรียน (GPAX) ภาคการศึกษาล่าสุด
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรนักเรียน-นักศึกษา และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอรับทุน
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของบิดา-มารดา หรือผู้ปกครอง
แผนที่แสดงที่ตั้งบ้านพักอาศัยพร้อมภาพถ่ายสภาพบ้าน (กรณีสถาบันการศึกษาขอเพิ่มเติมเพื่อยืนยันฐานะ)
ช่องทางติดต่อทางการและลิงก์เข้าดูข้อมูล
| หน่วยงาน / ช่องทาง | ลิงก์และรายละเอียดติดต่อทางการ |
| มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (PMSF) |
• เว็บไซต์รายละเอียดทุน: https://pmsf.or.th/project
• โทรศัพท์: 02-062-9905 (วันและเวลาราชการ)
• อีเมล: foundation.pmsf@gmail.com
• เฟซบุ๊ก: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา |
| สถาบันการศึกษาต้นสังกัด | ติดต่อได้ที่ งานทุนการศึกษา / ฝ่ายกิจการนักศึกษา / งานแนะแนว ของโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ |
(อ้างอิงข้อมูลทางการจาก มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา – pmsf.or.th)
2. โครงการบัณฑิตคืนถิ่น
สืบสานแนวพระราชดำริที่มุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรปริญญาตรี (4–6 ปี) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
เงื่อนไขสำคัญ: เมื่อสำเร็จการศึกษา บัณฑิตจะต้องนำความรู้ความสามารถกลับไปพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง หรือพื้นที่ทุรกันดารอื่นตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
เจาะลึกโครงการ “ครูคืนถิ่น” (โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น)
ข้อมูลทุน เงื่อนไข การสมัคร และแนวทางการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น
โครงการสำคัญของประเทศที่เน้นการสร้างเส้นทางอาชีพและพัฒนาท้องถิ่นตรงสู่ระบบการศึกษา คือ “ครูคืนถิ่น” (โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น) ที่มีหน่วยงานรับผิดชอบคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และมีหน่วยงานผู้ใช้ครูหลักคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้รับอัตรากำลังส่วนใหญ่ไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ
โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ผู้สนใจต้องรู้และเตรียมตัว ดังนี้:
1. เป้าหมายโครงการและอัตราการรับบรรจุ
เป้าหมายอัตราการผลิต: โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูงรวม 16,033 คน โดยจะเริ่มกระบวนการคัดเลือกและรับเข้านิสิตนักศึกษาครูรุ่นแรกใน ปีการศึกษา 2570
จุดเด่นและสิทธิประโยชน์: ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและสำเร็จการศึกษาตามเงื่อนไขของโครงการ จะได้รับการ บรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูสังกัด สพฐ. ตามภูมิลำเนาเดิมโดยไม่ต้องสอบแข่งขันในรอบทั่วไป ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างตรงจุด
2. เงื่อนไขและข้อผูกพันในการบรรจุรับราชการ
การบรรจุตามภูมิลำเนา: ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการจัดสรรอัตราลงบรรจุในสถานศึกษา ณ ภูมิลำเนาของตนเองหรือพื้นที่ที่กำหนด
เงื่อนไขเวลาการปฏิบัติงาน: ผู้เข้าร่วมโครงการมีข้อผูกพันที่จะต้อง ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่ได้รับบรรจุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ห้ามย้ายหรือโอนย้ายออกนอกพื้นที่ก่อนครบกำหนด เพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
3. เกณฑ์คุณสมบัติและการคัดเลือกผ่านระบบ TCAS
การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจะดำเนินการผ่านระบบ myTCAS เพื่อให้ได้ผู้เรียนที่มีศักยภาพสูง โดยมีเกณฑ์สำคัญ ดังนี้:
เกณฑ์ผลการเรียน (GPAX): ต้องรักษาผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือระดับปริญญาตรีตลอดหลักสูตร) ไม่ต่ำกว่า 3.00
เกณฑ์การสอบคัดเลือก: พิจารณาจากคะแนนสอบมาตรฐานในระบบ TCAS เป็นหลัก ได้แก่:
TGAT (Thai General Aptitude Test): วัดความถนัดทั่วไป
TPAT5 (ความถนัดทางวิชาชีพครู): วัดเจตคติ ทักษะ และจิตวิญญาณความเป็นครู
A-Level (Applied Knowledge Level): วัดความรู้ความเชี่ยวชาญในกลุ่มสาระวิชาเฉพาะตามวิชาเอกที่จะสมัคร
เกณฑ์ภาษาอังกฤษและทักษะดิจิทัล: โครงการมุ่งเน้นครูสมรรถนะสูง จึงมีการกำหนดเกณฑ์การทดสอบภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล (เช่น CEFR) และสมรรถภาพทางเทคโนโลยีดิจิทัลตามที่โครงการกำหนด
4. เจาะลึกการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สมัคร
สำหรับนักเรียนหรือผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โครงการครูคืนถิ่น ควรเตรียมตัวอย่างเป็นระบบดังนี้:
การรักษาเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX): ต้องวางแผนการเรียนตั้งแต่ต้น ไม่ให้เกรดเฉลี่ยสะสมตกต่ำกว่า 3.00 เพื่อรักษาสิทธิ์การสมัคร
การเจาะลึกข้อสอบ TPAT5: ฝึกฝนข้อสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพครูอย่างสม่ำเสมอ เน้นการวิเคราะห์สถานการณ์ จริยธรรมความเป็นครู และทักษะการแก้ปัญหาในชั้นเรียน
การวางแผนสอบ A-Level และ TGAT: วางแผนอ่านหนังสือในวิชาเอกที่ต้องการบรรจุให้แม่นยำ พร้อมทั้งฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ภาษาอังกฤษและการสื่อสารเพื่อทำคะแนน TGAT ให้สูง
การพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษและดิจิทัล: ควรเตรียมความพร้อมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อยื่นผลคะแนนทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน และพัฒนาทักษะการใช้สื่อเทคโนโลยีสำหรับการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่
การตรวจสอบทะเบียนบ้านและภูมิลำเนา: ตรวจสอบเอกสารหลักฐานทะเบียนบ้านของตนเองให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของประกาศโครงการ เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการลงบรรจุพื้นที่ภูมิลำเนา
ช่องทางการติดตามข่าวสารทางการและลิงก์เข้าดูข้อมูล
| หน่วยงาน / โครงการ | ลิงก์ตรงเข้าดูข้อมูลทางการ |
| มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (PMSF) |
• เว็บไซต์มูลนิธิฯ: https://pmsf.or.th • รายรายละเอียดโครงการทุน: https://pmsf.or.th/project • เกี่ยวกับมูลนิธิฯ: https://pmsf.or.th/about • เฟซบุ๊กทางการ: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา |
| สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) |
• เว็บไซต์ สพฐ.: https://www.obec.go.th • สำนักบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. (หน่วยงานดูแลการบรรจุครู): https://personnel.obec.go.th |
| ระบบคัดเลือกกลางอุดมศึกษา (myTCAS) | • ระบบสมัครและประกาศเกณฑ์คัดเลือก: https://www.mytcas.com |
| บทความวิเคราะห์เจาะลึก | • รายละเอียดโครงการครูคืนถิ่น: ThaiEduNews.net – โครงการครูคืนถิ่น |
(อ้างอิงข้อมูลทางการจาก มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ระบบ myTCAS และ ThaiEduNews.net)
3. ทุนสิริกิติ์บรมราชินีนาถ
ทุนพระราชทานระดับสูงระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หลังปริญญาเอก (Post-Doctoral) และทุนวิจัย ทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาวิชาสำคัญ เช่น เคมี ฟิสิกส์ วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และชีววิทยา โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นประธานคณะกรรมการในการพิจารณาสาขาวิชาและคัดเลือกผู้ได้รับทุน
ช่วงเวลากำหนดการและกระบวนการรับสมัคร (อ้างอิงเอกสารทางการ):
อ้างอิงจากระเบียบและประกาศคณะกรรมการพิจารณาทุนสิริกิติ์บรมราชินีนาถ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา รวมถึงประชาสัมพันธ์ของธนาคารออมสิน การเปิดรับสมัครและคัดเลือกจัดขึ้นตามรอบปีที่คณะกรรมการกำหนด (โดยทั่วไปเปิดรับสมัครในช่วง ไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี หรือช่วงเดือนมกราคม – เมษายน)
ผู้สมัครต้องผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติ การเสนอเค้าโครงการวิจัย/สาขาวิชาชั้นสูง และการสอบสัมภาษณ์โดยคณะกรรมการพิจารณาทุนซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นประธาน
เจาะลึกกระบวนการรับสมัคร คุณสมบัติ และระบบคัดเลือก “ทุนสิริกิติ์บรมราชินีนาถ”
(อ้างอิงเอกสารทางการ: ตราสารและระเบียบมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ธนาคารออมสิน และ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์/ข่าวพระราชสำนัก)
1. รูปแบบทุนและสาขาวิชาที่เปิดรับ
ระดับการศึกษา: ทุนการศึกษาพระราชทานระดับ ปริญญาโท, ปริญญาเอก, หลังปริญญาเอก (Post-Doctoral) และทุนวิจัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สาขาวิชา: มุ่งเน้นสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและยังขาดแคลน เช่น เคมี, ฟิสิกส์, วิศวกรรมศาสตร์, คณิตศาสตร์, ชีววิทยา/ความหลากหลายทางชีวภาพ, ประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์, ภาษาศาสตร์ และอักษรศาสตร์/วรรณกรรม
จุดเด่นสำคัญ: เป็นทุนให้เปล่า “ไม่มีข้อผูกมัดในการชดใช้ทุน” แต่ผู้ได้รับทุนมีปณิธานในการนำความรู้และงานวิจัยกลับมาพัฒนาประเทศชาติ
2. คุณสมบัติของผู้สมัคร
มีสัญชาติไทย มีความรู้ความสามารถทางวิชาการในระดับโดดเด่นโดดเด่นขั้นสูง
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษารายวิชาชั้นสูงในสาขาที่เกี่ยวข้อง และได้รับอนุมัติ/ตอบรับจากสถาบันการศึกษาวิชาการชั้นนำในต่างประเทศหรือในประเทศที่เป็นแหล่งวิชาการด้านนั้นๆ
มีเค้าโครงการวิจัยหรือแผนการศึกษารายวิชาที่ชัดเจน มุ่งแก้ปัญหาหรือเพิ่มศักยภาพเชิงวิชาการให้แก่ประเทศไทย
3. ช่องทางและวิธีการรับสมัคร (ที่ไม่เหมือนทุนทั่วไป)
กระบวนการคัดเลือกไม่ได้เปิดรับสมัครสอบแข่งทั่วไปแบบสาธารณะในทุกปี แต่ดำเนินงานผ่าน คณะกรรมการพิจารณาทุนฯ (โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ร่วมกับคณะกรรมการอานันทมหิดล และสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ)
คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เฟ้นหา คัดสรร และกลั่นกรองผู้มีความรู้ความสามารถสูงที่มีศักยภาพเด่นชัดในแต่ละสาขาวิชา หรือพิจารณาจากข้อเสนอโครงการวิจัยที่โดดเด่น
รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกขั้นต้นจะถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยfinal โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานคณะกรรมการ
ผู้ได้รับพระราชทานทุนจะได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมลาไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศตามลำดับ
สรุปตารางลิงก์และช่องทางติดต่อทางการ (สำหรับสอบถามเรื่องทุน)
| หน่วยงาน / ทุน | ลิงก์ตรงและช่องทางติดต่อทางการ |
| มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา (PMSF) |
• เว็บไซต์รายละเอียดทุน: https://www.pmsf.or.th/project
• โทรศัพท์: 02-062-9905 (วันและเวลาราชการ)
• อีเมล: foundation.pmsf@gmail.com |
| ธนาคารออมสิน (หน่วยงานผู้ร่วมจัดตั้งทุนประเดิม) |
• เว็บไซต์ธนาคารออมสิน: https://www.gsb.or.th
• รายงานสังคมและการศึกษา: รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ธนาคารออมสิน |
(อ้างอิงข้อมูลทางการจาก มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และ รายงานความรับผิดชอบต่อสังคม ธนาคารออมสิน)