ม.ราชพฤกษ์ จับมือกระทรวง อว. และผู้นำภาคธุรกิจ ร่วมฉายภาพ “Next Generation University” แนะมหาวิทยาลัยหลังปี 2569 ต้องเลิกยึดติดใบปริญญา หันมาเน้น “Skill Currency” ลุยปรับหลักสูตรยืดหยุ่น เรียนควบคู่ทำงานจริงในสถานประกอบการ มุ่งสร้างบัณฑิตที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างยั่งยืน
มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ (มรพ.) จัดเวทีเสวนาวิชาการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Talk) ในหัวข้อ “Next Generation University: Changes and Challenges” เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 20 ปี เพื่อร่วมระดมแนวคิดและเปิดมุมมองความท้าทายในการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบเศรษฐกิจใหม่ และสังคมที่ยั่งยืน โดยมีผู้บริหารจากกระทรวง อว. นักบริหารภาคธุรกิจ และนักวิชาการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
อว. หนุน “Modular Education” เรียนรู้ตลอดชีวิต
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้ให้เห็นว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า ระบบนิเวศอุดมศึกษาไทยต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและวิกฤตรอบด้าน การก้าวสู่มหาวิทยาลัยยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่คือการออกแบบอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์ โดยกระทรวง อว. มีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุน “Modular Education” หรือการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะหลากหลาย (Multi-Skill) พร้อมย้ำว่า “มหาวิทยาลัยยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากผู้ผลิตบัณฑิตไปสู่บทบาทแห่งการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม”
ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวเสริมว่า ยุทธศาสตร์ “พลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย” (Reinventing University) จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นแนวหน้าในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยจะมีการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยตามศักยภาพและความเข้มแข็งเพื่อตอบโจทย์ประเทศอย่างแท้จริง
ภาคธุรกิจชี้ใบปริญญาลดความสำคัญ มุ่งเน้น “Skill Currency”
ด้าน คุณมนูญ สรรค์คุณากร กรรมการสภามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจากภาคธุรกิจ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ในยุคเศรษฐกิจใหม่ที่แข่งขันกันด้วยทักษะขั้นสูง มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวก่อนจะถูกผลักเข้าสู่ทางตัน โดยต้องเปลี่ยนความคิดไปสู่การจัดการศึกษาที่ลดความสำคัญของคุณวุฒิปริญญา (Degree) ลง แต่ให้คุณค่ากับทักษะความสามารถที่นำไปปฏิบัติงานได้จริง เสมือนเป็น “Skill Currency” หรือสกุลเงินที่ใช้วัดมูลค่าในตลาดแรงงาน โดยการผลิตบัณฑิตต้องสร้างคุณค่าให้ครบ 3 ระดับ คือ พื้นฐานความรู้ความยืดหยุ่น, ทักษะความฉลาดในการบูรณาการ และความสามารถในการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาจริง
เช่นเดียวกับ คุณพชรธรณ์ นิยมเธียรสิน ผู้บริหารเครือแมริออท ประเทศไทย ที่ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดการศึกษาแบบ “Work Integrated Learning” (WIL) หรือการเรียนรู้เชิงบูรณาการกับการทำงาน โดยเน้นย้ำว่า “เราไม่ใช่แค่ผู้จ้างงาน แต่เป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตของคนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่ทำงาน” เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีทักษะตรงตามความต้องการและพร้อมทำงานได้ทันที
มรพ. กางแผนโชว์ยุทธศาสตร์ 20 ปีต่อจากนี้
ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ (มรพ.) เผยถึงแนวทางการปรับตัวของมหาวิทยาลัยเพื่อตอบโจทย์ผู้เรียนกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ว่า มรพ. กำลังเปลี่ยนระบบนิเวศการเรียนรู้ไปสู่ “ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) ด้วยรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นผสมผสานทั้งในห้องเรียน ออนไลน์ และการทำงานจริง มุ่งเน้นสมรรถนะตรงตามวิชาชีพ และนำ AI เข้ามาขับเคลื่อนทั้งด้านการเรียนการสอนและการบริหารงาน
“20 ปีที่ผ่านมา เราสร้างโอกาสทางการศึกษา และ 20 ปีต่อจากนี้ เราต้องสร้างมหาวิทยาลัยที่สร้างอนาคตให้สังคมไทย” — ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ กล่าวเปิดเผย
นิเทศศาสตร์ มรพ. แนะสถาบันอุดมศึกษาปรับทิศทาง สร้างคนพร้อมทักษะอนาคต
ด้าน ศ.ดร.พนม คลี่ฉายา คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการปรับตัวของมหาวิทยาลัยไทยในยุคปัจจุบันว่า ท่ามกลางกระแสดิจิทัลและเอไอที่เข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยไม่สามารถใช้วิธีการสอนรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับทิศทางสู่การเป็นพื้นที่บ่มเพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ ความยืดหยุ่น และความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสมัยใหม่
สำหรับการสร้างนักศึกษาป้อนตลาดแรงงานในอนาคตนั้น ศ.ดร.พนม เน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการอัปเดตองค์ความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกแล้ว สิ่งสำคัญคือการมุ่งสร้าง “สมรรถนะที่รอบด้าน” (Well-rounded Competencies) ให้นักศึกษาสามารถบูรณาการความรู้ทางวิชาการเข้ากับการลงมือปฏิบัติจริง มีทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรมและจริยธรรมทางวิชาชีพ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของภาคธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการบุคลากรระดับแนวหน้าพร้อมทำงานได้ทันที
งานเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้สถาบันอุดมศึกษาและภาคธุรกิจมองเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันไม่ใช่สิ่งกีดขวาง แต่เป็นความท้าทายที่จะต้องร่วมมือกันพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
#สำนักข่าวการศึกษาไทย
