
เรียนจบ ม.3 แล้วไปไหนดี? รู้จัก “โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ” เรียนฟรี ได้วุฒิ ปวช. จบแล้วมีงานทำในกองทัพเรือ — เตรียมตัวสมัครปีการศึกษา 2570
สำหรับน้อง ๆ ผู้ชายที่กำลังเรียนชั้น ม.3 และชอบงานช่าง งานเครื่องยนต์ หรืองานไฟฟ้า อีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจมากคือ “นักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ” หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3 ปี ที่ภาครัฐสนับสนุนค่าเล่าเรียน มีเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงาน และเมื่อเรียนจบจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการกองทัพเรือ บทความนี้สรุปข้อมูลจากประกาศรับสมัครประจำปีการศึกษา 2569 อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ที่สนใจใช้เป็นแนวทางเตรียมตัวสมัครในปีการศึกษา 2570
✅ สรุปสั้น ๆ (อ้างอิงการรับปี 2569)
- รับ: 80 นาย (ชาย โสด)
- วุฒิที่ใช้สมัคร: จบ ม.3 หรือกำลังเรียน ม.3 เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
- อายุ: 15–18 ปีบริบูรณ์
- หลักสูตร: ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3 ปี 4 สาขาวิชา
- สมัคร: ออนไลน์เท่านั้น ช่วงปลาย ม.ค. – ปลาย ก.พ. ค่าสมัคร 400 บาท
- สอบ: ภาคทฤษฎี 400 คะแนน + ภาคปฏิบัติ (พลศึกษา สัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย)
- จบแล้ว: ได้วุฒิเทียบเท่า ปวช. และบรรจุเป็นพนักงานราชการกองทัพเรือ
รู้จักโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ
โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ สังกัดกองการศึกษา กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดรับบุคคลพลเรือนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ระยะเวลา 3 ปี เน้นการเรียนควบคู่กับการปฏิบัติงานจริงด้านการสร้าง ซ่อม และบำรุงรักษาเรือ ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการกองทัพเรือในหน่วยงานสายวิทยาการของกรมอู่ทหารเรือ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
สวัสดิการและสิทธิที่นักเรียนช่างได้รับ
- ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน/ค่าลงทะเบียน — ทางราชการให้การสนับสนุนค่าเล่าเรียนหรือค่าลงทะเบียน-หน่วยกิต รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการฝึกงาน
- มีเบี้ยเลี้ยงในชั้นปีที่ 3 — ทางราชการจ่ายเบี้ยเลี้ยงระหว่างเรียนและฝึกงานตามเกณฑ์ที่กำหนด
- ได้วุฒิการศึกษา — เมื่อจบตามหลักสูตรจะมีวุฒิเทียบเท่าวุฒิการศึกษาวิชาชีพ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ของกระทรวงศึกษาธิการ
- จบแล้วมีงานทำทันที — บรรจุเป็นพนักงานราชการของกองทัพเรือ ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามที่ราชการกำหนด
- ต่อยอดเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือได้ — นักเรียนชั้นปีที่ 3 มีสิทธิสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ และได้รับการยกเว้นค่าชดใช้แก่ทางราชการ
- เรียนรักษาดินแดน (รด.) ได้ทุกคน — นักเรียนช่างทุกคนมีสิทธิเข้ารับการศึกษาวิชาทหารตามหลักสูตรของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
สิ่งที่ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบเอง: นักเรียนช่างมีฐานะเป็นนักเรียนพลเรือน ผู้ปกครองจึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น เครื่องแบบ หนังสือ และเครื่องมือฝึกงานที่จำเป็น (ยกเว้นวัสดุที่ใช้ในการฝึกงาน)
จุดเด่นของการเรียน: 4 สาขาวิชา 12 สาขางาน
หลักสูตรแบ่งเป็น 4 สาขาวิชา แต่ละสาขาแยกเป็นสาขางานเฉพาะอย่าง ได้เรียนรู้กับงานเรือจริงของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะทางที่หาเรียนได้ยาก
1) สาขาวิชาช่างต่อเรือ (4 สาขางาน)
- ช่างต่อเรือโลหะ — ตัดและขึ้นรูปพรรณ ประกอบโครงสร้างและตัวเรือ ติดตั้งและทดสอบระบบท่อทางทั้งอุณหภูมิปกติและอุณหภูมิสูง
- ช่างต่อเรือไม้และไฟเบอร์กลาส — สร้างและซ่อมเรือยางและพาหนะที่ทำจากไฟเบอร์กลาสและพลาสติก
- ช่างเชื่อมโลหะ — ตัดและเชื่อมโลหะด้วยแก๊สและไฟฟ้า ทั้งวิธีปกติและกรรมวิธีพิเศษ
- ช่างเขียนแบบต่อเรือ — เขียนและอ่านแบบโครงสร้างเรือขนาดเล็ก ขนาดกลาง และอุปกรณ์ประกอบเรือ
2) สาขาวิชาช่างการอู่เรือ
งานนำเรือเข้า-ออกอู่ นำเรือขึ้นซินโครลิฟต์ งานเครื่องทุ่นแรง งานเชือกและลวด โซ่สมอเรือ งานยก ถอดถอนเครื่องจักร พ่นทรายตัวเรือ ล้างท้องเรือ พ่นสี และงานตัดเย็บ
3) สาขาวิชาช่างเครื่องกลโรงงานเรือ (5 สาขางาน)
- ช่างเครื่องกลโรงงานเรือ — ใช้เครื่องกลึง เจาะ ไส คว้าน เจียระไน ทำเกลียว ผลิตชิ้นส่วนและซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล
- ช่างเครื่องยนต์และจักรกล — ซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เครื่องไอน้ำ เพลาและใบจักร เครื่องยนต์เรือและดีเซลขนาดใหญ่
- ช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ — ซ่อมท่อ ฉนวน เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น บรรจุแก๊สและสารทำความเย็น รวมถึงระบบปรับอากาศเรือ
- ช่างโลหะ — ทำแบบหล่อ หล่อหลอมโลหะ อบชุบผิว และควบคุมคุณภาพ
- ช่างเขียนแบบกลจักร — ออกแบบกลจักรเรือ การติดตั้งเครื่องยนต์ ระบบระบายอากาศ และระบบท่อทาง
4) สาขาวิชาช่างไฟฟ้าเรือ (2 สาขางาน)
- ช่างไฟฟ้ากำลัง — ซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบสายไฟ ชุบโลหะ พันขดลวดและคอยล์ แผงควบคุม เครื่องแปลงกระแส ติดตั้งไฟฟ้าในอาคารและเรือ และมอเตอร์ไฟฟ้า
- ช่างเขียนแบบไฟฟ้าเรือ — อ่าน เขียน และออกแบบระบบไฟฟ้าเรือ
หมายเหตุ: การเลือกสาขาวิชาจะคัดเลือกหลังจากเข้าศึกษาแล้ว จึงควรศึกษาข้อมูลแต่ละสาขาไว้ล่วงหน้า การศึกษาตลอดหลักสูตรต้องเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ
คุณสมบัติผู้สมัคร
- สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 หรือกำลังศึกษาชั้น ม.3 ของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00 (หากสอบผ่านแล้วพบภายหลังว่าเกรดต่ำกว่า 2.00 จะถูกตัดสิทธิ์)
- อายุ 15–18 ปีบริบูรณ์ — ปี 2569 กำหนดเกิดระหว่าง 1 พ.ค. 2551 ถึง 30 เม.ย. 2554 (ปี 2570 คาดว่าจะเลื่อนเป็นเกิดระหว่าง 1 พ.ค. 2552 – 30 เม.ย. 2555 ต้องรอประกาศยืนยัน)
- มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (ยกเว้นกรณีบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มารดาไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด)
- ร่างกายเหมาะสม ไม่มีรอยสัก ไม่เจาะตามอวัยวะร่างกาย และไม่เป็นโรคตามที่ทางราชการกำหนด (ผลวินิจฉัยของคณะกรรมการแพทย์ทหารเรือถือเป็นที่สิ้นสุด)
- เป็นชายโสด ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ หรือติดต่อได้เสียกับหญิงถึงขั้นที่ถือว่าเป็นผู้มีภรรยา
- ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
- มีความประพฤติดี มีอุดมการณ์เลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ไม่อยู่ระหว่างตกเป็นจำเลยในคดีอาญา หรือเคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำผิดทางอาญา (เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดโดยประมาท)
- ไม่เคยถูกไล่ออกหรือถูกปลดออกจากโรงเรียน หรือทางราชการ เนื่องจากกระทำความผิด
- ไม่เคยถูกถอนทะเบียนพ้นสภาพการเป็นนักเรียนช่างมาก่อน
- ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติดหรือสารเคมีเสพติดให้โทษ
- ไม่มีพันธะผูกพันกับส่วนราชการใด ๆ อันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
- มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และผู้ค้ำประกันตามที่ราชการกำหนด ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้สมัคร และมีผู้รับรองความประพฤติได้
กำหนดการ: ปี 2569 (จริง) และปี 2570 (ประมาณการ)
📅 ไทม์ไลน์การรับสมัคร
| ขั้นตอน | ปี 2569 (ตามประกาศ) | ปี 2570 (ประมาณการ) |
|---|---|---|
| สมัครทางอินเทอร์เน็ต | 23 ม.ค. – 26 ก.พ. 2569 | ปลาย ม.ค. – ปลาย ก.พ. 2570 |
| ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ | 2 มี.ค. 2569 | ต้น มี.ค. 2570 |
| สอบภาคทฤษฎี | ส. 7 มี.ค. 2569 (08.00–12.00 น.) | สัปดาห์แรกของ มี.ค. 2570 |
| ประกาศผลรอบแรก | พ. 11 มี.ค. 2569 | ราว 10 มี.ค. 2570 |
| สอบพลศึกษา + สัมภาษณ์ | อา. 15 มี.ค. 2569 | กลาง มี.ค. 2570 |
| ตรวจสุขภาพ/สุขภาพจิต | จ. 16 มี.ค. 2569 | กลาง มี.ค. 2570 |
| ประกาศผลรอบสุดท้าย | อ. 31 มี.ค. 2569 | ปลาย มี.ค. 2570 |
| ตัวจริงทำสัญญา | 7–8 เม.ย. 2569 | ต้น เม.ย. 2570 |
| เรียกตัวสำรอง / ตัวสำรองทำสัญญา | 9 เม.ย. / 10 เม.ย. 2569 | ต้น เม.ย. 2570 |
| ปฐมนิเทศ | 1 พ.ค. 2569 | ต้น พ.ค. 2570 |
* กำหนดการปี 2570 เป็นการประมาณการจากรอบปี 2569 เท่านั้น ประกาศปี 2569 ออกเมื่อปลายเดือนมกราคม จึงควรติดตามประกาศฉบับจริงตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2570
วิธีสมัครและค่าใช้จ่าย
- สมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ที่ www.dockyard.navy.mi.th หรือ www.ndas.navy.mi.th
- ค่าสมัคร 400 บาท ชำระผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าบัญชีชื่อ “โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ” โดยถือวันโอนเงินเป็นสำคัญ — ควรตรวจสอบเลขบัญชีจากประกาศของปีนั้นบนเว็บไซต์ทางการทุกครั้ง
- ผู้ผ่านรอบแรกต้องชำระค่าใช้จ่ายรอบสองประมาณ 1,246 บาท ได้แก่ ค่าลงสระว่ายน้ำ 40 บาท ค่าใช้สนามกีฬา 20 บาท และค่าตรวจสุขภาพและสุขภาพจิต 1,186 บาท
รายละเอียดการสอบคัดเลือก
รอบแรก: ภาคทฤษฎี (400 คะแนน)
ปี 2569 สอบที่อาคารสโมสรนายทหารชั้นประทวน อจปร.อร. วัดความรู้ระดับ ม.3
| วิชา | คะแนน |
|---|---|
| คณิตศาสตร์ | 100 |
| วิทยาศาสตร์ | 100 |
| ภาษาอังกฤษ | 100 |
| ภาษาไทย | 50 |
| สังคมศึกษา | 50 |
| รวม | 400 |
รอบสอง: ภาคปฏิบัติ
สอบที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร
- สอบพลศึกษา 100 คะแนน (รายงานตัวก่อน 06.00 น. สอบ 07.00–12.00 น.) แบ่งเป็น 4 รายการ รายการละ 25 คะแนน
- ว่ายน้ำ 50 เมตร
- วิ่ง 800 เมตร
- ดันพื้น 22 ครั้ง
- ลุกนั่ง 36 ครั้ง
- สอบสัมภาษณ์ (13.15–15.00 น. ณ หอประชุมโรงเรียนนาวิกเวชกิจ) ตรวจสอบบุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา ไหวพริบปฏิภาณ ความสมบูรณ์และความสมส่วนของร่างกาย
- ตรวจสุขภาพและสุขภาพจิต (วันถัดไป รายงานตัว 05.30 น.) — 06.00 น. ชำระค่าตรวจ, 06.30 น. เจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง X-RAY, 08.00 น. แพทย์ตรวจร่างกายแต่ละระบบ
คะแนนภาคปฏิบัติทั้งหมดจะนำไปรวมกับคะแนนภาคทฤษฎีเพื่อประกาศผลรอบสุดท้าย ต้องเตรียมชุดกีฬา กางเกงว่ายน้ำ และกางเกงขาสั้นไปด้วย
คะแนนพิเศษ (สิทธิพิเศษ)
- เพิ่มร้อยละ 10 ของคะแนนรวม — บุตรของทหาร ตำรวจ ข้าราชการ หรือลูกจ้าง ที่ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และได้รับบำเหน็จบำนาญพิเศษหรือเงินทดแทนตามกฎหมาย, บุตรผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีหรือเหรียญกล้าหาญ, หรือบุตรผู้ช่วยเหลือราชการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต (มีหนังสือรับรองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
- เพิ่มร้อยละ 5 ของคะแนนรวม — บุตรของทหาร ตำรวจ ข้าราชการ หรือลูกจ้าง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการรบ สงคราม ปราบปรามจลาจล หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีสิทธินับเวลาราชการทวีคูณ
เอกสารที่ต้องเตรียม
📂 วันรายงานตัวของผู้สอบผ่านรอบแรก
- รูปถ่ายสีหรือขาวดำ หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 6 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
- หนังสือยินยอมของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการของผู้ให้ความยินยอม 1 ฉบับ
- ใบรับรองสถานภาพการศึกษา (ปพ.7) ตัวจริงพร้อมสำเนา 1 ชุด
- หลักฐานขอรับคะแนนพิเศษ (ถ้ามี)
📂 วันทำสัญญา (ผู้สอบผ่านรอบสอง)
- ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ที่แสดงว่าจบ ม.3 เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00 ตัวจริงพร้อมสำเนา 1 ฉบับ
- ทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของผู้สมัครและของบิดามารดาผู้ให้กำเนิด
- กรณีบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรม — ใบมรณบัตรหรือหลักฐานรับรองว่ามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
- กรณีนามสกุลไม่ตรงกัน — หลักฐานการเปลี่ยนนามสกุล
- กรณีเป็นบุตรบุญธรรม — ทะเบียนบ้านของบิดามารดาที่แท้จริง
- ผู้มีอายุครบ 17 ปีขึ้นไป — ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
โรคและสภาพร่างกายที่ขัดต่อการรับเข้าเป็นนักเรียนช่าง
ใช้เกณฑ์ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 74 (พ.ศ. 2540) และฉบับที่ 76 (พ.ศ. 2555) ออกตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ตัวอย่างเกณฑ์สำคัญที่ควรตรวจสอบตัวเองล่วงหน้า ได้แก่
- ตา: สายตาสั้นมากกว่า 8 ไดออปเตอร์ หรือยาวมากกว่า 5 ไดออปเตอร์ทั้งสองข้าง, สายตาหลังแก้ไขต่ำกว่าเกณฑ์, ต้อกระจก ต้อหิน, ตาบอดสี
- หู: หูหนวกทั้งสองข้าง หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง เยื่อแก้วหูทะลุทั้งสองข้าง
- หัวใจ ปอด เลือด ไต: โรคหัวใจพิการ หอบหืด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความดันเลือดในปอดสูง โรคไตเรื้อรัง โรคเลือดร้ายแรง
- กระดูกและกล้ามเนื้อ: ข้ออักเสบหรือเสื่อมเรื้อรัง นิ้วหรือแขนขาด้วนหรือพิการจนใช้การไม่ได้ กระดูกสันหลังคดงอชัดเจน
- ต่อมไร้ท่อ: เบาหวาน ไทรอยด์ผิดปกติ ภาวะอ้วนที่ดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป
- ระบบประสาทและจิตเวช: ลมชัก อัมพาต และโรคทางจิตเวชที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังตามบัญชีที่กำหนด
- อื่น ๆ: โรคติดเชื้อเรื้อรังรุนแรง มะเร็ง ตับแข็ง โรคผิวหนังบางชนิดแต่กำเนิด รูปวิปริต เช่น จมูกโหว่ เพดานโหว่ และโรคเอดส์
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนสมัคร เพราะค่าตรวจร่างกายในรอบสองมีค่าใช้จ่ายพอสมควร
⚠️ ข้อควรระวัง
- เอกสารทุกอย่างต้องเป็นความจริง หากพบภายหลังว่าเป็นเท็จจะถูกปลดออกทันที ต้องเสียค่าปรับตามระเบียบ และถูกดำเนินคดีอาญา
- ผู้ทุจริตในการสอบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างรับฝากเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ — การคัดเลือกเป็นไปตามผลสอบเท่านั้น
- ไม่มารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนดถือว่าสละสิทธิ์ ผู้สอบผ่านรอบแรกที่ยื่นเอกสารไม่ครบต้องนำ ปพ.7 ตัวจริงมาแสดงตามกำหนด มิฉะนั้นถือว่าสละสิทธิ์
- การแต่งกายไปสมัคร สอบ และติดต่อราชการต้องสุภาพ ผู้ที่กำลังเรียนอยู่ควรแต่งเครื่องแบบนักเรียน (ยกเว้นวันสอบพลศึกษาให้ใส่ชุดกีฬา)
เคล็ดลับเตรียมตัวสำหรับปี 2570
- รักษาเกรดเฉลี่ยให้เกิน 2.00 — เกรดสะสมตลอดหลักสูตร ม.ต้น เป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์
- ทบทวนเนื้อหา ม.1–ม.3 โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอังกฤษ ซึ่งมีน้ำหนักวิชาละ 100 คะแนน
- ฝึกร่างกายล่วงหน้า 2–3 เดือน — ฝึกว่ายน้ำให้ได้ 50 เมตร วิ่ง 800 เมตร ดันพื้น 22 ครั้ง และลุกนั่ง 36 ครั้งให้คล่อง
- ตรวจสุขภาพเบื้องต้น โดยเฉพาะสายตาและตาบอดสี และงดการสักหรือเจาะร่างกาย
- เตรียมเอกสาร — ขอ ปพ.7 จากโรงเรียน เตรียมทะเบียนบ้าน หนังสือยินยอมผู้ปกครอง และ สด.9 (ถ้าอายุถึงเกณฑ์)
- ติดตามประกาศตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2570 ทางเว็บไซต์ทางการ และสมัครให้เร็วที่สุดเมื่อเปิดรับ
📞 ติดต่อสอบถาม
โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ กองการศึกษา กรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ
เลขที่ 121 หมู่ 5 ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290
โทร. 0 2475 6958 และ 08 3074 2524
เว็บไซต์: www.dockyard.navy.mi.th | www.ndas.navy.mi.th
ที่มา: ประกาศกรมอู่ทหารเรือ เรื่อง การรับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา 2569 และระเบียบการทั่วไปการรับสมัครนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประจำปีการศึกษา 2569 — ข้อมูลปี 2570 เป็นการประมาณการ โปรดยึดประกาศฉบับจริงของทางราชการเป็นสำคัญ