ถ้าพูดถึงทุนเรียนฟรีที่จบแล้วได้บรรจุรับราชการทันที หลายคนอาจนึกถึงคำโปรยสวยหรูอย่าง “เรียนฟรี ที่พักฟรี บรรจุทันที” ที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกช่วงที่ใกล้เปิดรับสมัคร “โครงการเพชรในตม” ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

แต่มีคำถามหนึ่งที่มักถูกโพสต์ถามในเว็บบอร์ดการศึกษาซ้ำ ๆ ทุกปี และแทบไม่เคยถูกอธิบายอย่างจริงจังในสื่อ นั่นคือ

“ทำไมคนกรุงเทพฯ สมัครไม่ได้ ทำไมต้องจำกัดเฉพาะคนจนในหมู่บ้านที่กำหนด ทำไมทุนนี้ถึงมีกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้อง”

คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่ในระเบียบการสมัครหรือคุณสมบัติผู้สมัครที่ประกาศทุกปี แต่ซ่อนอยู่ใน “จุดกำเนิด” ของโครงการที่ย้อนไปเกือบ 40 ปี และทำให้ “เพชรในตม” ไม่ใช่แค่ทุนการศึกษาธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือทางนโยบายที่ผูกโยงกับความมั่นคงของประเทศมาตั้งแต่ต้น

กำเนิดจากยุคที่หมู่บ้านชายขอบคือ “แนวหน้า” ของประเทศ

โครงการเพชรในตมเริ่มต้นในปี 2529 ริเริ่มโดยพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ผ่านความร่วมมือของคณะศึกษาศาสตร์ มศว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงศึกษาธิการ

การที่หน่วยงานความมั่นคงอย่าง กอ.รมน. เข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมตั้งแต่วันแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะกลุ่มเป้าหมายของโครงการคือเยาวชนจาก “หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง” หรือ อพป. ซึ่งเป็นระบบหมู่บ้านที่ กอ.รมน. เสนอจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนในพื้นที่ที่รัฐมองว่าเปราะบางด้านความมั่นคง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงบริการภาครัฐยังจำกัด

พูดง่าย ๆ คือ ในยุคที่โครงการนี้ถือกำเนิด รัฐไทยมองว่า “ครู” ที่จะไปสอนเด็กในหมู่บ้านเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ผู้ให้ความรู้ แต่คือกำลังสำคัญที่จะช่วยยึดโยงพื้นที่ห่างไกลเข้ากับส่วนกลาง ผ่านการศึกษาและการพัฒนาชุมชน และคนที่เหมาะกับภารกิจนี้ที่สุดก็คือ “คนในพื้นที่เอง” ที่เข้าใจภาษา วิถีชีวิต และปัญหาของหมู่บ้านตัวเองอยู่แล้ว

นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทุนนี้จึงไม่เปิดให้ “ใครก็ได้” สมัคร แต่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ที่ได้รับการรับรองจาก กอ.รมน. จังหวัดเท่านั้น และเหตุผลเดียวกันนี้ยังอธิบายว่าทำไมกรุงเทพมหานครจึงไม่อยู่ในเงื่อนไขพื้นที่ของโครงการมาโดยตลอด

จาก 30 ทุนต่อปี สู่ 161 ทุน เมื่อรัฐ “เดิมพัน” กับโครงการนี้มากขึ้น

ตลอดเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ขนาดของโครงการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก มศว ระบุว่าช่วงแรกรับปีละ 30 คน ก่อนขยับเป็น 45 คนต่อปีในเวลาต่อมา

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565-2566 เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการเพชรในตมมีมติเห็นชอบให้ขยายจำนวนรับจาก 45 คน เป็น 161 คนต่อปี โดยให้เหตุผลว่าเป็นการขยายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศ ครอบคลุม 76 จังหวัด จังหวัดละ 2 คน รวม 146 คน บวกกับโควตาพิเศษสำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 15 คน

การขยายจำนวนรับมากกว่า 3 เท่าในคราวเดียว สะท้อนว่ารัฐไม่ได้มองโครงการนี้เป็นเพียงสวัสดิการเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กำลังใช้เป็นกลไกผลิตกำลังคนระดับนโยบาย ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นระบบ

มากกว่าทุนการศึกษา คือ “ตระกูลเพชร” ที่สืบทอดกันมาเกือบครึ่งศตวรรษ

สิ่งที่สื่อทั่วไปมักไม่ได้พูดถึงคือ ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจของโครงการนี้ นั่นคือเครือข่ายศิษย์เก่าที่แน่นแฟ้นข้ามรุ่นข้ามจังหวัด

ด้วยระบบหอพักที่นิสิตเพชรในตมอยู่ร่วมกันตลอดหลักสูตร ทั้งช่วงปี 1-2 ที่ มศว องครักษ์ และปี 3-4 ที่ มศว ประสานมิตร ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่ศิษย์เก่าเรียกกันเองว่า “สังคมเพชร” หรือ “หอเพชร” ซึ่งยังคงติดต่อกันแม้จบไปเป็นครูตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วหลายสิบปี บางคนกลับไปสอนที่บ้านเกิดจนเป็นครูรุ่นใหญ่ในพื้นที่ ขณะที่รุ่นน้องที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกก็ยังคงเรียกขานตัวเองด้วยหมายเลขรุ่นเช่นเดียวกับรุ่นพี่ที่จบไปตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

ลักษณะนี้ทำให้เพชรในตมต่างจากทุนการศึกษาทั่วไปที่จบแล้วต่างคนต่างแยกย้าย เพราะเป้าหมายของโครงการตั้งแต่ต้นคือการสร้างเครือข่ายครูที่เชื่อมโยงกันเพื่อพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน ไม่ใช่แค่ผลิตบัณฑิตเป็นรายบุคคล

รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ต้องรู้อะไรบ้าง

สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่สนใจสมัครรุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ซึ่งจะอยู่ในระบบ TCAS รอบ 2 โควตา ของ มศว สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนคะแนนสอบด้วยซ้ำคือคุณสมบัติเชิงพื้นที่และเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะเป็น “ด่านแรก” ที่พลาดแล้วคะแนนสอบทั้งหมดจะไม่มีความหมาย

หลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้าและคาดว่าจะเป็นกรอบอ้างอิงสำหรับรุ่นที่ 42 ได้แก่

  • ภูมิลำเนา: ผู้สมัครและบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ต้องมีหรือเคยมีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ตามพื้นที่ที่ประกาศรับรอง และได้รับการรับรองจาก กอ.รมน. จังหวัด
  • สถานะการศึกษา: กำลังศึกษาชั้น ม.6 หรือจบการศึกษาในปีการศึกษานั้น ๆ เท่านั้น ไม่รับผู้ที่สอบเทียบได้หรือจบ ม.6 มาก่อนหน้า
  • ผลการเรียน: GPAX 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.75
  • ฐานะครอบครัว: รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (ยกเว้นพื้นที่ กอ.รมน. ภาค 1 ที่กำหนดไม่เกิน 520,000 บาทต่อปี)
  • คะแนนสอบ: TGAT, TPAT5 และ A-Level 4 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

จำนวนรับที่คาดการณ์ไว้ที่ 161 คน แบ่งเป็น กอ.รมน. ภาค 1 จำนวน 50 คน ภาค 2 จำนวน 40 คน ภาค 3 จำนวน 34 คน และภาค 4 จำนวน 37 คน (รวมโควตาพิเศษ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้มหาวิทยาลัยยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดการรับสมัครรุ่นที่ 42 อย่างเป็นทางการ ตัวเลขและกำหนดการทั้งหมดจึงเป็นเพียงกรอบอ้างอิงจากรุ่นก่อนหน้า นักเรียนที่สนใจควรติดตามประกาศจริงจากเว็บไซต์ admission.swu.ac.th อย่างใกล้ชิด

เพชรในตม vs ครูคืนถิ่นระยะที่ 2: สองเส้นทางสู่การเป็นข้าราชการครู

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งโครงการผลิตครูที่กำลังถูกพูดถึงมากคือ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ครูคืนถิ่น ระยะที่ 2” ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูงรวม 16,033 คน ใน 9 รุ่น เริ่มรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2570-2578 และเริ่มบรรจุเข้ารับราชการในช่วงปี 2574-2582 โดยผู้ผ่านเกณฑ์จะได้บรรจุในพื้นที่ภูมิลำเนาหรือพื้นที่ตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู พร้อมเงื่อนไขห้ามขอย้ายเป็นเวลา 5 ปี

ทั้งสองโครงการมีแนวคิดร่วมกันคือใช้ระบบมหาวิทยาลัยผลิตครูเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ และมุ่งให้ผู้สำเร็จการศึกษากลับไปทำงานในถิ่นฐานของตนเอง แต่จุดที่ต่างกันชัดเจนคือระดับการสนับสนุนระหว่างเรียน เพราะเพชรในตมมีระบบเรียนฟรีตลอดหลักสูตรและมีหอพักฟรีให้ตลอด 4 ปีการศึกษา ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่ครบวงจรกว่า ขณะที่ครูคืนถิ่นระยะที่ 2 เป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศที่เปิดกว้างครอบคลุมสาขาวิชาและจำนวนผู้รับทุนมากกว่าในภาพรวม

กล่าวโดยสรุป หากมองในมุมของนักเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขพื้นที่ เพชรในตมจึงไม่ใช่แค่ “อีกหนึ่งทุน” แต่เป็นเส้นทางเฉพาะกลุ่มที่ผูกโยงประวัติศาสตร์ความมั่นคงของประเทศเข้ากับการผลิตครูมายาวนานที่สุดสายหนึ่งของไทย และสำหรับรุ่นที่ 42 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนอ่านหนังสือเตรียมสอบยังคงเป็นคำถามเดิมที่ค้างคาใจใครหลายคนมานาน นั่นคือ “บ้านของเราอยู่ในระบบที่โครงการนี้มองเห็นหรือไม่”

แหล่งข้อมูล: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการเพชรในตมและโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) — รายละเอียดการรับสมัครรุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการจาก admission.swu.ac.th ก่อนสมัครเสมอ

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *