
ก.พ. ยกระดับมาตรการปราบโกงสอบราชการ! จ่อขึ้นบัญชีผู้ทุจริตสอบภาค ข.-ค. ตัดสิทธิเข้ารับราชการ พร้อมไล่ออกหากพบโกงหลังบรรจุ
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ หลังคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตในการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) การสอบประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) และการสอบคัดเลือก เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายผลให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศนำไปใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุม ก.พ. ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ของระบบสอบแข่งขันที่อาจทำให้ผู้เคยทุจริตสามารถสมัครสอบกับหน่วยงานอื่นได้อีก แม้จะเคยถูกตรวจพบการกระทำผิดมาแล้วก็ตาม
เปิดแนวทางจัดการผู้ทุจริต ตั้งแต่ก่อนบรรจุจนถึงเป็นข้าราชการ
หลักเกณฑ์ที่ ก.พ. ให้ความเห็นชอบกำหนดแนวทางดำเนินการสำคัญหลายประการ ได้แก่
1. จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ เพื่อใช้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร
2. หากตรวจพบการทุจริตก่อนการบรรจุเข้ารับราชการ ให้ดำเนินการให้ออกจากกระบวนการรับราชการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3. หากพบภายหลังได้รับการบรรจุแล้ว ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยกำหนดโทษไล่ออกจากราชการ
4. กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการทุจริต ให้พิจารณาสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนตามกระบวนการ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ทุจริตในการสอบภาค ก. ให้มีความเข้มงวดและสอดคล้องกับมาตรการที่กำหนดขึ้นใหม่ด้วย
เตรียมขยายมาตรการครอบคลุมหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ
อีกประเด็นสำคัญคือ ก.พ. มีมติให้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อกำหนดให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลและหน่วยงานของรัฐประเภทต่าง ๆ นำไปปรับใช้โดยอนุโลม
หากดำเนินการได้ตามแนวทางนี้ จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบประวัติผู้สมัครสอบให้ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น ลดโอกาสที่ผู้กระทำผิดจะเปลี่ยนไปสมัครสอบในหน่วยงานอื่น และช่วยรักษาความเป็นธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่แข่งขันด้วยความรู้ความสามารถอย่างสุจริต
ก่อนหน้านี้ ครม. วางมาตรการเข้มงวดสำหรับการสอบภาค ก. แล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบภาค ก. ตามข้อเสนอของสำนักงาน ก.พ. โดยกำหนดให้ผู้ทุจริตเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตในการสอบ เพื่อให้หน่วยงานรัฐใช้ตรวจสอบก่อนรับบุคคลเข้าทำงาน
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า สำนักงาน ก.พ. ตรวจพบกรณีทุจริตในการสอบภาค ก. ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2569 รวม 114 กรณี และ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้ถูกกำหนดให้เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการแล้ว 24 ราย
สำหรับแผนระยะต่อไป รัฐบาลยังวางแนวทางปรับระบบสอบภาค ก. ไปสู่การใช้ e-Exam รูปแบบเดียวภายใน 3 ปี และผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดความผิดและบทลงโทษทางอาญาต่อผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบภายใน 5 ปี
มาตรการครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยหัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้กระทำผิด แต่คือการสร้างระบบคัดเลือกบุคลากรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ปล่อยให้ความพยายามของผู้เข้าสอบที่สุจริตต้องสูญเปล่า
แหล่งข้อมูลประกอบข่าว
– สำนักข่าวอิศรา: https://www.isranews.org/article/isranews-news/149898-CSC-Bans-Corrupt-Candidates-from-Civil-Service-Jobs-news.html
– รัฐบาลไทย: มาตรการป้องกันทุจริตสอบราชการ วันที่ 8 กันยายน 2569
https://www.thaigov.go.th/th/news/168644
– รัฐบาลไทย: มาตรการป้องกันทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ วันที่ 22 กันยายน 2569
https://www.thaigov.go.th/th/news/169152