
ตลาดแรงงานไทยส่งสัญญาณที่นักเรียนมัธยมปลาย ผู้ปกครอง และครูแนะแนวไม่ควรมองข้าม เมื่อสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.0% ของกำลังแรงงาน เพิ่มขึ้นจาก 3.66 แสนคนในไตรมาส 2 ปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5 หมื่นคน ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ว่า ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส
ประเด็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ คนวัยเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ผู้ว่างงานอายุ 20–24 ปี มีประมาณ 1.74 แสนคน หรือ 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มที่มีจำนวนผู้ว่างงานมากที่สุดเมื่อจำแนกตามช่วงอายุ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ สสช. มีรายละเอียดที่ช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 ผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน แบ่งเป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 2.09 แสนคน และผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.92 แสนคน และในกลุ่มผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนนั้น 85.9% เป็นเยาวชนอายุ 15–24 ปี สะท้อนความท้าทายของคนที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นครั้งแรก
คำถามจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ทำไมคนไทยว่างงานเพิ่มขึ้น?” แต่สำหรับนักเรียน ม.ปลายที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่มหาวิทยาลัย คำถามสำคัญกว่าคือ
“ถ้าวันนี้กำลังเลือกคณะและสาขาวิชา ควรเลือกเรียนอะไรให้มีทักษะสอดคล้องกับตลาดงานในอนาคต?”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ Skills Mismatch หรือความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะที่แรงงานมี กับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ โดยในช่วงปี 2568–2572 ไทยมีความต้องการแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายประมาณ 1.1 ล้านตำแหน่ง และความต้องการส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ การบินและโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และดิจิทัล
ข้อมูลจาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ซึ่งจัดทำการสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ระบุว่า ในช่วง 5 ปี พ.ศ. 2568–2572 ประเทศไทยมีความต้องการบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญรวมประมาณ 1,087,548 คน
และเมื่อดูเฉพาะ 3 กลุ่มคณะ–สาขาที่ตลาดต้องการกำลังคนมากที่สุด พบว่า
1. การบินและโลจิสติกส์ — 440,573 คน
เป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการกำลังคนสูงที่สุดในผลสำรวจของ สอวช. ตัวอย่างตำแหน่งที่อยู่ในกลุ่มความต้องการ ได้แก่ เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าสนามบิน พนักงานขับรถส่งสินค้า เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และบุคลากรด้านการเดินเรือพาณิชย์
สำหรับนักเรียน ม.ปลาย จึงไม่ได้หมายความว่าต้องเรียนเฉพาะ “การบิน” เท่านั้น แต่ควรมองให้กว้างถึงสาขาที่เกี่ยวข้องกับ โลจิสติกส์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การขนส่ง การบริหารการบิน วิศวกรรม และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่ง
2. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ — 226,423 คน
เป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการกำลังคนสูงเป็นอันดับ 2 โดยตำแหน่งที่ สอวช. ยกตัวอย่าง เช่น Mechatronics Engineer, Electronics Researcher, Electrical Engineer, Electronic Technician และ Mechanical Engineer
นี่จึงเป็นอีกกลุ่มที่นักเรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรจับตา โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้าน วิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เมคคาทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่
3. ดิจิทัล — 87,568 คน
สอวช. ระบุความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล 87,568 คน โดยตัวอย่างตำแหน่ง ได้แก่ Software Developer, Data Analyst, Data Engineer, IT Support Specialist และ Web and Application Developer ขณะที่ทักษะสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Data Analytics, Software Development และ Artificial Intelligence
ดังนั้น สำหรับเด็ก ม.ปลาย คำว่า “ดิจิทัล” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเรียนคอมพิวเตอร์แบบเดิม แต่ครอบคลุมทักษะใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล AI ระบบดิจิทัล และการพัฒนาแพลตฟอร์ม
เมื่อรวม 3 กลุ่มนี้เข้าด้วยกัน จะมีความต้องการกำลังคนประมาณ 754,564 คน จากความต้องการทั้งหมดราว 1.09 ล้านคน หรือประมาณ 69.4% ซึ่งสอดคล้องกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า 3 อุตสาหกรรมดังกล่าวรวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 69% ของความต้องการแรงงานทักษะสูงทั้งหมด
แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “ทุกคนต้องเรียน 3 ด้านนี้”
ข้อมูลของ สอวช. เป็นข้อมูล ความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรมเป้าหมายในช่วง 5 ปี ไม่ใช่การจัดอันดับว่าคณะใด “ดีที่สุด” สำหรับนักเรียนทุกคน และไม่ได้หมายความว่าการเรียนสาขาอื่นจะไม่มีงานทำ
สิ่งที่ข้อมูลกำลังบอกเด็กและผู้ปกครองคือ ก่อนเลือกคณะ ควรดูทั้งความถนัดของตัวเองและทิศทางความต้องการของตลาดแรงงานประกอบกัน
เพราะในอีกด้านหนึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่าโครงสร้างผู้สำเร็จการศึกษาของไทยยังมีผู้จบด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มากกว่า 60% ขณะที่สัดส่วนผู้สำเร็จการศึกษาด้าน STEM ต่อผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมดอยู่ที่ 22.3% ในปี 2568 ลดลงจาก 23.2% ในปี 2563
จึงเกิดคำถามใหญ่ที่ภาคการศึกษาและครอบครัวต้องช่วยกันตอบว่า
“เรากำลังผลิตบัณฑิตในสิ่งที่เด็กอยากเรียน หรือในสิ่งที่ประเทศและตลาดแรงงานกำลังต้องการ?”
และสำหรับนักเรียน ม.ปลาย คำถามนี้อาจต้องเปลี่ยนเป็น
“ถ้าฉันเลือกคณะนี้ อีก 4 ปีเมื่อเรียนจบ ตลาดแรงงานจะต้องการทักษะที่ฉันมีอยู่หรือไม่?”
เพราะโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนเร็วขึ้นจากทั้งเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงเตือนถึงความเสี่ยงจาก Technology Disruption โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่และแรงงานทักษะต่ำที่อาจได้รับผลกระทบจากการนำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น
ดังนั้น การเลือกคณะในวันนี้จึงอาจไม่ควรดูเพียงว่า “มหาวิทยาลัยไหนดัง” หรือ “สาขาไหนกำลังฮิต” แต่ควรถามให้ครบว่า ตัวเองถนัดอะไร ตลาดต้องการอะไร และทักษะใดจะยังมีคุณค่าเมื่อเรียนจบ
สำหรับครูแนะแนว ข้อมูลชุดนี้อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการพูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครอง เพราะการแนะแนวอาชีพในยุคใหม่อาจต้องขยับจากคำถามว่า “หนูอยากเรียนอะไร?” ไปสู่คำถามที่ลึกขึ้นว่า
“หนูอยากเป็นอะไร และต้องมีทักษะอะไรเพื่อให้ตลาดงานยังต้องการหนูเมื่อเรียนจบ?”
เพราะตัวเลข 4.01 แสนคนไม่ได้เป็นเพียงสถิติการว่างงานของประเทศไทย แต่กำลังสะท้อนคำถามสำคัญของระบบการศึกษาไทยว่า การผลิตบัณฑิตวันนี้กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกับโลกการทำงานในวันพรุ่งนี้หรือไม่
ข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) — สรุปผลที่สำคัญ สำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2569 เป็นแหล่งต้นทางของตัวเลขผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน และรายละเอียดโครงสร้างผู้ว่างงาน NSO
เอกสารต้นฉบับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) — คนไทยยังเสี่ยงว่างงานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569 เป็นแหล่งต้นทางของการวิเคราะห์ 4.01 แสนคน, กลุ่มอายุ 20–24 ปี 44%, Skills Mismatch และ 3 ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงาน Kasikorn Research
ต้นฉบับศูนย์วิจัยกสิกรไทย - สอวช. — Thailand Talent Landscape / การสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2568–2572 เป็นแหล่งต้นทางของตัวเลขความต้องการกำลังคน 1,087,548 คน และ 3 อุตสาหกรรมที่ต้องการสูงสุด สอวช. |
ต้นฉบับ สอวช. — ข้อมูลความต้องการกำลังคนในอนาคต