สถาบันการศึกษาทางไกล เปิดรับนักศึกษาใหม่ ภาคเรียนที่ 2/2569 เรียนประถม–ม.ต้น–ม.ปลาย เรียนด้วยตนเอง มีหลักสูตรเรียนฟรี พร้อมทางเลือกภาษาอังกฤษและคนไทยในต่างประเทศ
สถาบันการศึกษาทางไกล (สทก.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผู้ที่ไม่สะดวกเรียนในระบบโรงเรียนปกติ รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างประเทศ สามารถศึกษาต่อเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
การเปิดรับครั้งนี้ใช้ “หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567” ซึ่งเป็นหลักสูตรของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยหลักสูตรดังกล่าวเริ่มใช้แทนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ตามประกาศของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ FlipHTML5
สถาบันการศึกษาทางไกลคืออะไร?
สถาบันการศึกษาทางไกล เป็นหน่วยงานด้านการศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้ในรูปแบบทางไกล เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเรียนเพื่อให้ได้คุณวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องเรียนในรูปแบบโรงเรียนปกติ
จุดเด่นคือ ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตนเองตามระบบที่สถานศึกษากำหนด มีสื่อการเรียนรู้และระบบสนับสนุนการเรียนรู้ เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่มีข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ หรือไม่สามารถเข้าเรียนในระบบปกติได้
กระทรวงศึกษาธิการเคยระบุว่าสถาบันการศึกษาทางไกลจัดการศึกษาให้ผู้เรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีผู้เรียนหลายกลุ่ม เช่น นักศึกษาทั่วไป ทหารกองประจำการ คนไทยในต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้เรียนที่มีข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติ Ministry of Education Thailand
เปิด 3 ระดับการศึกษา
การรับสมัครครั้งนี้เปิดใน 3 ระดับ ได้แก่
“ระดับประถมศึกษา” สำหรับผู้ที่ต้องการได้รับคุณวุฒิระดับประถมศึกษา
“ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อให้จบระดับ ม.ต้น
และ “ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย” สำหรับผู้ที่ต้องการจบการศึกษาระดับ ม.ปลาย เพื่อนำวุฒิไปใช้ต่อยอดการศึกษาหรือการทำงานตามเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง
หลักสูตร พ.ศ. 2567 กำหนดโครงสร้างการเรียนรู้เป็น 8 สาระ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดิจิทัล การงานอาชีพ สุขภาวะและศิลปะ และสังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง FlipHTML5
มีหลักสูตรอะไรให้เลือก?
สทก. เปิดทางเลือกสำหรับผู้เรียนหลายกลุ่ม โดยข้อมูลประชาสัมพันธ์ระบุ 3 แนวทางสำคัญ คือ
- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคภาษาไทย
- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคภาษาอังกฤษ หรือ English Program (EP)
- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับคนไทยในต่างประเทศ
จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังออกแบบให้รองรับคนไทยที่พำนักอยู่ต่างประเทศด้วย
เรียนฟรีหรือไม่?
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ “หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคภาษาไทย” ที่เปิดรับครั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์ว่า “เรียนฟรี” สำหรับผู้เรียนตามเงื่อนไขของหลักสูตร
ดังนั้น หากผู้สนใจเป็นคนไทยและต้องการเรียนหลักสูตรพื้นฐานภาคภาษาไทย ควรตรวจสอบกับ สทก. ในขั้นตอนสมัครอีกครั้งว่าอยู่ในกลุ่มที่ได้รับสิทธิเรียนฟรีตามประกาศภาคเรียนที่ 2/2569 หรือไม่
ส่วนหลักสูตรอื่น โดยเฉพาะภาคภาษาอังกฤษ มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ไม่ควรนำคำว่า “เรียนฟรี” ไปใช้เหมารวมทุกหลักสูตร
ข้อมูลหน้าอย่างเป็นทางการของ สทก. สำหรับหลักสูตร EP ระบุอัตราค่าลงทะเบียนสำหรับคนไทยทั้งในและต่างประเทศไว้ที่ประถมศึกษา 4,080 บาทต่อภาคเรียน และ ม.ต้น/ม.ปลาย 3,880 บาทต่อภาคเรียน ขณะที่คนต่างประเทศอยู่ที่ 5,000 บาทต่อภาคเรียนทุกระดับ Google Sites
ดังนั้น หากจะประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนที่สุด ควรใช้ข้อความว่า “หลักสูตรภาคภาษาไทยมีสิทธิเรียนฟรีตามเงื่อนไข” มากกว่าการพาดหัวว่า “ทุกหลักสูตรเรียนฟรี”
เรียนนานแค่ไหน?
หลักสูตร พ.ศ. 2567 กำหนดให้แต่ละระดับการศึกษาใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 4 ภาคเรียน หรือประมาณ 2 ปี โดยมีข้อยกเว้นในกรณีที่ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียน เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ หรือสะสมหน่วยกิตในรูปแบบอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด FlipHTML5
จึงไม่ใช่ระบบที่สมัครแล้วรับวุฒิทันที แต่ผู้เรียนต้องเรียน สะสมหน่วยกิต ผ่านการประเมิน และปฏิบัติตามเงื่อนไขการจบหลักสูตร
หลักสูตรกำหนด 1 หน่วยกิต เท่ากับเวลาเรียน 40 ชั่วโมง และกำหนดจำนวนหน่วยกิตขั้นต่ำของแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน FlipHTML5
ระดับประถมศึกษา ต้องไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องไม่น้อยกว่า 76 หน่วยกิต Anyflip
นอกจากนี้ ผู้เรียนยังต้องทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตามเกณฑ์ของหลักสูตรด้วย
เหมาะกับใคร?
หลักสูตรนี้เหมาะกับผู้ที่มีความต้องการหรือข้อจำกัดแตกต่างจากการเรียนในโรงเรียนทั่วไป เช่น ผู้ที่ออกจากระบบการศึกษาไปแล้วและต้องการกลับมาเรียน ผู้ที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปสถานศึกษาเป็นประจำ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงคนไทยที่พำนักอยู่ต่างประเทศ
อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์จากการทำงานหรือการเรียนรู้รูปแบบอื่น เพราะหลักสูตร พ.ศ. 2567 เปิดช่องทางให้มีการเทียบโอนผลการเรียน รวมถึงเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้กำหนด FlipHTML5
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งให้ประชาชนสามารถเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิได้อย่างยืดหยุ่น และในปี 2569 ยังมีการผลักดันการเทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการฝึกอบรมหรือการทำงานเข้าสู่ระบบคุณวุฒิอย่างเป็นระบบด้วย dole.go.th
คุณสมบัติและเอกสารสมัคร
จากรายละเอียดเอกสารของหลักสูตร ผู้สมัครต้องเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่สถานศึกษากำหนด โดยเอกสารหลักสูตรระบุรายการสำคัญ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือประกาศนียบัตร และรูปถ่าย รวมถึงเอกสารของผู้ปกครองในกรณีที่เกี่ยวข้อง FlipHTML5
สำหรับผู้สมัครแต่ละระดับหรือแต่ละกรณี อาจมีเอกสารเพิ่มเติมแตกต่างกัน เช่น กรณีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด หรือกรณีต้องการเทียบโอนผลการเรียนและประสบการณ์ ดังนั้นผู้สมัครควรตรวจสอบรายการเอกสารกับ สทก. ก่อนยื่นสมัครจริง
วิธีเรียนแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปอย่างไร?
หัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้คือ “เรียนด้วยตนเอง”
ผู้เรียนจะต้องรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเองตามแผนการเรียนและโครงสร้างหลักสูตร โดยไม่ได้หมายความว่าไม่มีระบบประเมินผล เพราะผู้เรียนยังต้องผ่านการประเมินรายวิชาและทำกิจกรรมตามเกณฑ์จึงจะจบหลักสูตร
หลักสูตรยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกวิชาเลือกตามความต้องการ ความถนัด และความสนใจ โดยสามารถเลือกจากรายวิชาที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้หรือสถานศึกษาจัดให้ตามโครงสร้างหลักสูตร Anyflip
นี่จึงเป็นระบบที่เหมาะกับคนที่มีวินัยในการเรียนรู้ด้วยตนเองค่อนข้างสูง
แล้ว “วุฒิ” เชื่อถือได้หรือไม่?
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจสมัคร
คำตอบคือ “เป็นวุฒิการศึกษาที่ออกภายใต้ระบบของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้” ไม่ใช่ใบประกาศจากสถาบันเอกชนทั่วไป
คู่มือหลักสูตร พ.ศ. 2567 กำหนดเอกสารหลักฐานการศึกษาไว้อย่างเป็นทางการ ได้แก่ ระเบียนแสดงผลการเรียน “สกร.1” ประกาศนียบัตร “สกร.2” และแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา “สกร.3” โดยสถานศึกษาต้องใช้แบบเอกสารตามที่กำหนด FlipHTML5
ที่สำคัญ ตัวอย่างประกาศนียบัตรในคู่มือระบุว่าเป็นประกาศนียบัตรของ “กระทรวงศึกษาธิการ” และระบุการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ในระดับที่ผู้เรียนสำเร็จ FlipHTML5
ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า “เป็นวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบของกระทรวงศึกษาธิการ” ไม่ใช่เพียงใบรับรองว่าเคยเข้าอบรม
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่า วุฒินี้คือ “วุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ระดับประถมศึกษา ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ไม่ใช่ปริญญาตรี และการนำวุฒิไปสมัครเรียนต่อหรือสมัครงานจะต้องเป็นไปตามคุณสมบัติและเกณฑ์ของสถาบันหรือหน่วยงานปลายทางนั้น ๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจของหลักสูตร 2567
จุดเด่นสำคัญของหลักสูตรใหม่คือไม่ได้มองการศึกษาเพียงการท่องจำเพื่อสอบ แต่เพิ่มสาระ “เทคโนโลยีดิจิทัล” และเน้นสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิต การทำงาน และการประกอบอาชีพ Anyflip
อีกจุดหนึ่งคือระบบ “สะสมหน่วยกิต” และการเทียบโอนผลการเรียน ความรู้ และประสบการณ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ที่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์มาก่อน ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์เสมอไป ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และระบบประเมินผลอย่างเป็นทางการ ทำให้การเรียนทางไกลยังคงมีเงื่อนไขและมาตรฐานในการสำเร็จการศึกษา ไม่ใช่การสมัครแล้วรับวุฒิโดยอัตโนมัติ FlipHTML5
สมัครได้ถึงวันไหน?
สำหรับการรับสมัครนักศึกษาใหม่ที่คุณส่งมา สถาบันการศึกษาทางไกลเปิดรับสมัครประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
ผู้สนใจควรดำเนินการสมัครและเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยก่อนวันปิดรับสมัคร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้เอกสารการศึกษาเดิมหรือมีความประสงค์จะเทียบโอนผลการเรียนและประสบการณ์
สามารถตรวจสอบรายละเอียดหลักสูตรและเอกสารการสมัครจากช่องทางของ สทก. ที่ผู้ใช้ให้มาได้โดยตรง:
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคภาษาไทย – สทก.
หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ EP – สทก.
ข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาทางไกล
สรุปคือ ไม่ใช่ “คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเอาใบประกาศ” แต่เป็นช่องทางการศึกษาของกรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสะสมการเรียนรู้จนได้ “คุณวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐาน” อย่างเป็นทางการ มีทั้งประถม ม.ต้น และ ม.ปลาย และหลักสูตรภาษาไทยมีการประชาสัมพันธ์ว่าเรียนฟรี ขณะที่หลักสูตร EP มีค่าใช้จ่ายตามอัตราที่ สทก. กำหนด จุดเด่นที่สุดคือความยืดหยุ่น เรียนด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 2 ปีต่อระดับ และมีระบบเทียบโอนผลการเรียน/ความรู้/ประสบการณ์ตามหลักเกณฑ์ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้
